
Samsung กลับขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดสมาร์ตโฟนโลกอีกครั้งในไตรมาสแรกของปี 2026 หลังรายงานล่าสุดจาก Omdia ระบุว่าแบรนด์เทคโนโลยีจากเกาหลีใต้สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดได้ถึง 22% พร้อมทำยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนรวม 65.4 ล้านเครื่อง แซงหน้า Apple และกลับมาทวงตำแหน่งอันดับ 1 ของตลาดมือถือโลกได้สำเร็จ
การเติบโตของ Samsung ในไตรมาสนี้ถือว่าน่าสนใจอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อาจช่วยผลักดันยอดขายให้กลับมาแข็งแกร่ง คือกระแสตอบรับของสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่าง Galaxy S26 Series ที่มีกระแสข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องว่าสามารถทำยอดขายได้ดี จน Samsung อาจต้องเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อตอบรับความต้องการของตลาด

ขณะที่ Apple ซึ่งเคยครองตำแหน่งผู้นำตลาดก่อนหน้านี้ ตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 2 แต่ยังคงทำผลงานได้แข็งแกร่ง ด้วยยอดจัดส่ง iPhone จำนวน 60.4 ล้านเครื่อง และครองส่วนแบ่งการตลาด 20% สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันระหว่าง Samsung และ Apple ยังคงดุเดือดในตลาดสมาร์ตโฟนระดับโลก
ส่วนแบรนด์สมาร์ตโฟนจากจีนยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาด โดย Xiaomi อยู่ในอันดับที่ 3 ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 11% ตามมาด้วย OPPO ที่ครองส่วนแบ่ง 10% และ vivo ที่ครองส่วนแบ่ง 7% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจีนยังคงเดินหน้าขยายตลาดและรักษาฐานผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
แม้ภาพรวมตลาดสมาร์ตโฟนโลกในไตรมาสแรกของปี 2026 จะมีการเติบโตในด้านยอดจัดส่ง แต่ Omdia ยังคาดการณ์ว่าตลาดมือถือในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 อาจเริ่มเผชิญแรงกดดันมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาต้นทุนหน่วยความจำ RAM ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
ต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อกำไรของผู้ผลิตสมาร์ตโฟนหลายแบรนด์ในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงสองปีข้างหน้า ซึ่งอาจทำให้หลายบริษัทต้องปรับกลยุทธ์ด้านราคา การผลิต และการวางตำแหน่งสินค้าใหม่ เพื่อรับมือกับสภาพตลาดที่มีการแข่งขันสูงและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น
การกลับมาครองอันดับ 1 ของ Samsung ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การแซงหน้า Apple ในด้านยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดโลก รวมถึงความสำเร็จของกลยุทธ์สินค้าเรือธงที่ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
ที่มา Sammoblie













