SiamByte

เว็บไซต์ข่าวมือถือ รีวิว เปรียบเทียบ ราคา และสเปคโทรศัพท์ อัปเดตมือถือใหม่ล่าสุด พร้อมข่าวเทคโนโลยี AI และ Gadget ครบในที่เดียว

Oppo เปิดตัว Enco Air5s และ Enco Air5 หูฟังไร้สาย Bluetooth 6 พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน

Oppo Enco Air5s และ Enco Air5 หูฟังไร้สาย Bluetooth 6 พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน

Oppo เปิดตัวหูฟังไร้สายรุ่นใหม่พร้อมกัน 2 รุ่น ได้แก่ Oppo Enco Air5s และ Oppo Enco Air5 โดยทั้งสองรุ่นมีจุดเด่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน Enco Air5s ใช้ดีไซน์แบบกึ่งอินเอียร์ เน้นน้ำหนักเบาและสวมใส่สบาย ส่วน Enco Air5 ใช้จุกหูฟังซิลิโคนแบบดั้งเดิม ช่วยปิดช่องหูและลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีกว่า

หูฟังทั้งสองรุ่นมาพร้อมไดรเวอร์ขนาด 12 มิลลิเมตร ระบบตัดเสียงรบกวน ANC การเชื่อมต่ออุปกรณ์หลายเครื่อง และมาตรฐานป้องกันฝุ่นและละอองน้ำ IP55 แต่มีความแตกต่างกันในด้านระยะเวลาการใช้งาน เทคโนโลยี Bluetooth และฟีเจอร์เสริมบางส่วน

Oppo Enco Air5s หูฟังกึ่งอินเอียร์น้ำหนักเบา

Oppo Enco Air5s ถือเป็นหูฟังไร้สายแบบกึ่งอินเอียร์รุ่นแรกของ Oppo โดยส่วนที่สวมเข้าไปในหูผลิตจากพลาสติกและไม่มีจุกยางซิลิโคน การออกแบบลักษณะนี้ช่วยลดแรงกดภายในช่องหู ทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องสวมใส่หูฟังติดต่อกันเป็นเวลานาน

หูฟังแต่ละข้างมีน้ำหนักเพียง 3.9 กรัม ภายในติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 40.5mAh และรองรับการใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 9 ชั่วโมงเมื่อปิดระบบตัดเสียงรบกวน

ระยะเวลาการใช้งานของ Oppo Enco Air5s

  • ใช้งานสูงสุด 9 ชั่วโมง เมื่อปิด ANC
  • ใช้งานสูงสุด 4.5 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC
  • ใช้งานรวมกับเคสสูงสุด 48 ชั่วโมง เมื่อปิด ANC
  • ใช้งานรวมกับเคสสูงสุด 25 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC
  • เคสชาร์จมีแบตเตอรี่ขนาด 530mAh
  • แบตเตอรี่ผ่านการรับรองอายุการชาร์จ 1,000 รอบจาก TÜV Rheinland

ระบบตัดเสียงรบกวนแบบปรับตามการสวมใส่

ข้อจำกัดของหูฟังแบบกึ่งอินเอียร์คือไม่สามารถปิดช่องหูได้สนิทเท่าหูฟังที่ใช้จุกซิลิโคน จึงทำให้เสียงจากสภาพแวดล้อมภายนอกเข้ามาได้มากกว่า

Oppo แก้ปัญหานี้ด้วยเทคโนโลยี Real-time Adaptive Noise Cancellation ซึ่งสามารถปรับระดับการตัดเสียงรบกวนแบบเรียลไทม์ โดยประเมินจากลักษณะการสวมใส่ รูปร่างช่องหู และระดับเสียงรอบตัวผู้ใช้งาน ระบบทำงานด้วยอัตราการสุ่มตัวอย่างสูงถึง 800kHz

นอกจากนี้ยังมี Tailored Voice-Cancelling System ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดเสียงสนทนาของบุคคลที่อยู่ใกล้เคียงโดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้ใช้งานมีสมาธิกับเพลง วิดีโอ หรือการสนทนาผ่านหูฟังมากขึ้น

คุณภาพเสียงและฟีเจอร์ของ Oppo Enco Air5s

Oppo Enco Air5s ใช้ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12 มิลลิเมตร รองรับช่วงความถี่ตั้งแต่ 20Hz ถึง 20kHz ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งเสียงผ่านอีควอไลเซอร์ 10 ย่านความถี่ในแอป HeyMelody ได้ตามความชอบ

ฟีเจอร์สำคัญของ Oppo Enco Air5s ประกอบด้วย

  • ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12 มิลลิเมตร
  • รองรับช่วงความถี่ 20Hz–20kHz
  • อีควอไลเซอร์แบบปรับแต่งได้ 10 ย่าน
  • เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 6.0
  • รองรับ Dual Connection เชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกัน 2 เครื่อง
  • ควบคุมระดับเสียงด้วยการเลื่อนนิ้วบนก้านหูฟัง
  • รองรับการเรียกผู้ช่วยดิจิทัล
  • รองรับการเปิด Spotify ผ่านคำสั่งบนหูฟัง
  • มีฟีเจอร์ AI Translate สำหรับแปลภาษาแบบเรียลไทม์
  • ผ่านมาตรฐานป้องกันฝุ่นและละอองน้ำ IP55

Oppo Enco Air5s มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Lunar White, Midnight Black และ Starlight Purple

Oppo Enco Air5 ใช้จุกซิลิโคน ตัดเสียงได้สูงสุด 52dB

Oppo Enco Air5 ใช้ดีไซน์แบบอินเอียร์พร้อมจุกยางซิลิโคน ช่วยปิดช่องหูได้แน่นกว่า Enco Air5s แม้อาจสร้างแรงกดภายในหูมากกว่าเล็กน้อย แต่ให้ประสิทธิภาพด้านการแยกเสียงรบกวนแบบ Passive Noise Isolation ที่เหนือกว่า

ระบบตัดเสียงรบกวน ANC ของ Oppo Enco Air5 สามารถลดเสียงจากภายนอกได้สูงสุด 52dB และครอบคลุมช่วงความถี่เสียงรบกวนสูงสุด 5,000Hz เหมาะสำหรับใช้งานในระบบขนส่งสาธารณะ สำนักงาน ร้านกาแฟ หรือพื้นที่ที่มีเสียงรบกวนต่อเนื่อง

หูฟังแต่ละข้างมีน้ำหนัก 4.3 กรัม และใช้แบตเตอรี่ขนาด 62mAh ซึ่งมีความจุมากกว่าแบตเตอรี่ของ Enco Air5s

ระยะเวลาการใช้งานของ Oppo Enco Air5

  • ใช้งานสูงสุด 13 ชั่วโมง เมื่อปิด ANC
  • ใช้งานสูงสุด 6.5 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC
  • ใช้งานรวมกับเคสสูงสุด 54 ชั่วโมง เมื่อปิด ANC
  • ใช้งานรวมกับเคสสูงสุด 27 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC
  • เคสชาร์จมีแบตเตอรี่ขนาด 530mAh

Oppo Enco Air5 มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Glossy White และ Midnight Black

Bluetooth 6.1 และโหมดลดความหน่วงต่ำ

Oppo Enco Air5 รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 6.1 พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์ ช่วยให้ผู้ใช้งานสลับระหว่างสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ได้สะดวกมากขึ้น

เมื่อเปิดโหมดลดความหน่วงต่ำ ตัวหูฟังจะมีค่าความหน่วงประมาณ 47 มิลลิวินาที ส่วนความหน่วงรวมของระบบเสียงทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 94 มิลลิวินาที ช่วยให้เสียงและภาพสอดคล้องกันมากขึ้นระหว่างการเล่นเกมหรือรับชมวิดีโอ

ฟีเจอร์สำคัญของ Oppo Enco Air5 ประกอบด้วย

  • ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12 มิลลิเมตร
  • รองรับช่วงความถี่ 20Hz–20kHz
  • ระบบตัดเสียงรบกวนสูงสุด 52dB
  • ครอบคลุมเสียงรบกวนสูงสุด 5,000Hz
  • เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 6.1
  • รองรับการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์
  • โหมดลดความหน่วงต่ำ 47 มิลลิวินาทีที่ตัวหูฟัง
  • อีควอไลเซอร์แบบปรับแต่งได้ 10 ย่าน
  • รองรับ Oppo Alive Audio สำหรับเสียงแบบรอบทิศทาง
  • ผ่านมาตรฐานป้องกันฝุ่นและละอองน้ำ IP55

เปรียบเทียบ Oppo Enco Air5s กับ Oppo Enco Air5

แม้หูฟังทั้งสองรุ่นจะใช้ไดรเวอร์ขนาดเดียวกันและมีระบบตัดเสียงรบกวน แต่กลุ่มผู้ใช้งานเป้าหมายแตกต่างกันอย่างชัดเจน

จุดเด่นของ Oppo Enco Air5s

  • ดีไซน์กึ่งอินเอียร์ ไม่มีจุกยางซิลิโคน
  • น้ำหนักเบาเพียง 3.9 กรัมต่อข้าง
  • สวมใส่สบาย เหมาะกับการใช้งานเป็นเวลานาน
  • มีระบบ ANC ที่ปรับตามลักษณะการสวมใส่และรูปทรงช่องหู
  • รองรับ AI Translate
  • ใช้งานรวมกับเคสสูงสุด 48 ชั่วโมง

จุดเด่นของ Oppo Enco Air5

  • ดีไซน์อินเอียร์พร้อมจุกซิลิโคน
  • ปิดช่องหูและลดเสียงรบกวนภายนอกได้ดีกว่า
  • ระบบ ANC ลดเสียงได้สูงสุด 52dB
  • ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 13 ชั่วโมง
  • ใช้งานรวมกับเคสสูงสุด 54 ชั่วโมง
  • รองรับ Bluetooth 6.1 และโหมดลดความหน่วงต่ำ
  • รองรับ Oppo Alive Audio

Oppo Enco Air5s และ Enco Air5 เหมาะกับใคร

Oppo Enco Air5s เหมาะกับผู้ใช้งานที่ให้ความสำคัญกับความสบาย ไม่ชอบความรู้สึกอุดแน่นจากจุกซิลิโคน และต้องการหูฟังน้ำหนักเบาสำหรับใส่ทำงาน เรียนออนไลน์ หรือฟังเพลงติดต่อกันหลายชั่วโมง

ส่วน Oppo Enco Air5 เหมาะกับผู้ที่ต้องการระบบตัดเสียงรบกวนที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ต้องการเสียงเบสที่มีความกระชับจากการปิดช่องหู และต้องการระยะเวลาการใช้งานต่อการชาร์จที่ยาวนานกว่า

สรุป

Oppo Enco Air5s และ Oppo Enco Air5 เป็นหูฟังไร้สายที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานคนละรูปแบบ โดย Enco Air5s เน้นดีไซน์กึ่งอินเอียร์ น้ำหนักเบา และความสบายในการสวมใส่ พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนที่ปรับตามลักษณะช่องหูแบบเรียลไทม์

ด้าน Enco Air5 เน้นประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนสูงสุด 52dB แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่า และการเชื่อมต่อ Bluetooth 6.1 พร้อมโหมดลดความหน่วงต่ำ จึงเหมาะกับการฟังเพลง เล่นเกม และใช้งานในพื้นที่ที่มีเสียงรบกวนสูง

การเลือกระหว่างทั้งสองรุ่นจึงขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้งานต้องการความสบายจากดีไซน์กึ่งอินเอียร์ หรือความแน่นกระชับและการป้องกันเสียงรบกวนที่ดีกว่าจากหูฟังแบบอินเอียร์

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *