SiamByte

เว็บไซต์ข่าวมือถือ รีวิว เปรียบเทียบ ราคา และสเปคโทรศัพท์ อัปเดตมือถือใหม่ล่าสุด พร้อมข่าวเทคโนโลยี AI และ Gadget ครบในที่เดียว

Samsung จับมือ Alcedis นำข้อมูลสุขภาพจากอุปกรณ์สวมใส่มาพัฒนางานวิจัยทางคลินิก

Samsung จับมือ Alcedis นำข้อมูลสุขภาพจากอุปกรณ์สวมใส่มาพัฒนางานวิจัยทางคลินิก

Samsung ประกาศความร่วมมือกับ Alcedis องค์กรวิจัยทางคลินิกที่เน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพจากอุปกรณ์สวมใส่เข้ากับกระบวนการวิจัยทางการแพทย์ โดยความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเปลี่ยนข้อมูลไบโอเมตริกที่เก็บได้ในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นหลักฐานที่มีความหมายสำหรับงานวิจัยทางคลินิกและอุตสาหกรรมยา

Samsung จะรับหน้าที่สนับสนุนข้อมูลสุขภาพที่ตรวจวัดผ่านอุปกรณ์สวมใส่ของบริษัท ส่วน Alcedis จะดูแลการรวบรวม วิเคราะห์ และแปลผลข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่นักวิจัยสามารถนำไปใช้ศึกษาประสิทธิภาพของยา การรักษา และแนวทางดูแลสุขภาพได้อย่างเป็นระบบ

Samsung และ Alcedis วางแผนเชื่อมข้อมูลอุปกรณ์สวมใส่กับงานวิจัย

อุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากสามารถติดตามข้อมูลของผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมจริง ต่างจากการตรวจวัดภายในโรงพยาบาลที่มักเกิดขึ้นเพียงบางช่วงเวลา

ข้อมูลจากสมาร์ตวอตช์และอุปกรณ์สวมใส่จึงมีประโยชน์ต่อการศึกษาพฤติกรรม สุขภาพ และการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้จำเป็นต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ วิเคราะห์ และแปลผลอย่างเหมาะสม ก่อนนำไปใช้เป็นหลักฐานทางคลินิก

ความร่วมมือระหว่าง Samsung และ Alcedis จะเข้ามาช่วยลดช่องว่างดังกล่าว โดยนำความสามารถด้านอุปกรณ์และระบบติดตามสุขภาพของ Samsung มาทำงานร่วมกับความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยทางคลินิกของ Alcedis

หน้าที่ของ Samsung ในโครงการความร่วมมือ

Samsung จะสนับสนุนข้อมูลสุขภาพจากอุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถตรวจวัดข้อมูลไบโอเมตริกของผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้นักวิจัยมองเห็นแนวโน้มสุขภาพในชีวิตประจำวันได้ละเอียดมากขึ้น

ข้อมูลสำคัญที่ทั้งสองบริษัทจะนำมาใช้ประกอบการวิจัย ได้แก่

  • การวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายด้วยเทคโนโลยี Bioelectrical Impedance Analysis หรือ BIA
  • การตรวจวัดกิจกรรมทางไฟฟ้าบนผิวหนังด้วย Electrodermal Activity หรือ EDA
  • ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น หรือ OSA
  • ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หรือ AFib
  • ข้อมูลสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่ตรวจวัดได้อย่างต่อเนื่อง

Alcedis จะเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพให้เป็นหลักฐานทางคลินิก

Alcedis เป็นองค์กรวิจัยทางคลินิกที่ใช้ระบบดิจิทัลเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินงาน บริษัทจะรับผิดชอบการจัดการข้อมูลตั้งแต่ขั้นตอนรวบรวม ตรวจสอบ วิเคราะห์ ไปจนถึงการแปลผลข้อมูลไบโอเมตริกจากอุปกรณ์สวมใส่

เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ข้อมูลที่ได้จากการใช้งานอุปกรณ์ในชีวิตจริงสามารถนำไปใช้ประกอบงานวิจัยได้อย่างมีมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยยา การศึกษาผลลัพธ์ของการรักษา หรือการติดตามสุขภาพของผู้เข้าร่วมโครงการในระยะยาว

ประโยชน์ต่อกระบวนการวิจัยทางคลินิก

การนำข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่มาใช้ในงานวิจัยจะช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของข้อมูล และลดข้อจำกัดจากการเก็บข้อมูลเฉพาะเวลาที่ผู้เข้าร่วมเดินทางมาพบแพทย์

ประโยชน์ที่สำคัญประกอบด้วย

  • เก็บข้อมูลสุขภาพในสภาพแวดล้อมจริงได้ต่อเนื่อง
  • ลดภาระในการเดินทางของผู้เข้าร่วมงานวิจัย
  • เพิ่มปริมาณและความละเอียดของข้อมูลสุขภาพ
  • ช่วยให้นักวิจัยติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ดีขึ้น
  • สนับสนุนการประเมินผลของยาและแนวทางการรักษา
  • ช่วยพัฒนารูปแบบการวิจัยทางคลินิกให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น

BIA และ EDA มีความสำคัญอย่างไร

เทคโนโลยี BIA

Bioelectrical Impedance Analysis หรือ BIA เป็นเทคโนโลยีที่ใช้สัญญาณไฟฟ้าระดับต่ำในการวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย เช่น มวลกล้ามเนื้อ ปริมาณไขมัน และน้ำในร่างกาย

ข้อมูลจาก BIA สามารถนำไปใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพและองค์ประกอบร่างกายของผู้เข้าร่วมงานวิจัยในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้

เทคโนโลยี EDA

Electrodermal Activity หรือ EDA เป็นการตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของการนำไฟฟ้าบริเวณผิวหนัง ซึ่งสัมพันธ์กับการทำงานของต่อมเหงื่อและระบบประสาทอัตโนมัติ

ข้อมูลประเภทนี้สามารถใช้ประกอบการศึกษาการตอบสนองของร่างกายต่อความเครียด อารมณ์ หรือปัจจัยทางสุขภาพอื่น ๆ ได้ แต่จำเป็นต้องผ่านการวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลทางคลินิกประเภทอื่นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม

รองรับการศึกษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับและ AFib

อุปกรณ์สวมใส่ของ Samsung ยังสามารถเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาวะสุขภาพสำคัญ ได้แก่ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้นและภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้นเกิดจากทางเดินหายใจถูกปิดกั้นระหว่างการนอนหลับ ส่งผลให้ผู้ป่วยหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ส่วน AFib เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอื่น

การเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องผ่านอุปกรณ์สวมใส่จะช่วยให้นักวิจัยมีข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับศึกษารูปแบบและการเปลี่ยนแปลงของภาวะเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่ยังควรใช้ร่วมกับการประเมินของบุคลากรทางการแพทย์ และไม่ควรใช้แทนการวินิจฉัยโรคโดยตรง

ความร่วมมือครั้งนี้สำคัญต่อวงการสุขภาพอย่างไร

ความร่วมมือระหว่าง Samsung และ Alcedis แสดงให้เห็นถึงทิศทางของอุตสาหกรรมสุขภาพที่กำลังนำข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่มาใช้มากขึ้น จากเดิมที่อุปกรณ์เหล่านี้เน้นการติดตามสุขภาพส่วนบุคคล ไปสู่การเป็นเครื่องมือสนับสนุนงานวิจัยทางคลินิก

เมื่อข้อมูลถูกจัดการอย่างเหมาะสมและผ่านกระบวนการตรวจสอบตามมาตรฐาน ข้อมูลสุขภาพจากชีวิตประจำวันจะช่วยให้นักวิจัยเข้าใจผลลัพธ์ของการรักษาได้รอบด้านมากขึ้น รวมถึงช่วยสนับสนุนการพัฒนายาและบริการสุขภาพที่ตอบโจทย์ผู้ป่วยแต่ละกลุ่ม

สรุป

Samsung และ Alcedis วางแผนนำข้อมูลสุขภาพจากอุปกรณ์สวมใส่มาเชื่อมต่อกับกระบวนการวิจัยทางคลินิก โดย Samsung จะสนับสนุนข้อมูลไบโอเมตริกจากอุปกรณ์ ส่วน Alcedis จะรวบรวม วิเคราะห์ และแปลผลข้อมูลให้สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบงานวิจัยได้

ข้อมูลที่นำมาใช้จะครอบคลุมทั้งการวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายด้วย BIA การตรวจวัด EDA รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับและ AFib ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่มาสนับสนุนการพัฒนางานวิจัย ยา และบริการด้านสุขภาพในอนาคต

ที่มา gsmarena

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *