<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ความปลอดภัย AI Archives - SiamByte</title>
	<atom:link href="https://siambyte.com/tag/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2-ai/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://siambyte.com/tag/ความปลอดภัย-ai/</link>
	<description>เว็บไซต์ข่าวมือถือ รีวิว เปรียบเทียบ ราคา และสเปคโทรศัพท์ อัปเดตมือถือใหม่ล่าสุด พร้อมข่าวเทคโนโลยี AI และ Gadget ครบในที่เดียว</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Jul 2026 02:03:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://siambyte.com/wp-content/uploads/2026/04/cropped-โลโก้ดิจิทัลสไตล์อนาคต-32x32.png</url>
	<title>ความปลอดภัย AI Archives - SiamByte</title>
	<link>https://siambyte.com/tag/ความปลอดภัย-ai/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Agent Data Injection ภัยโจมตี AI Agent รูปแบบใหม่ที่ปลอมข้อมูลให้ระบบตัดสินใจผิด</title>
		<link>https://siambyte.com/agent-data-injection-ai-agent-attack/</link>
					<comments>https://siambyte.com/agent-data-injection-ai-agent-attack/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[SiamGeek]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2026 02:03:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว AI]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว Hacker]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ADI]]></category>
		<category><![CDATA[Agent Data Injection]]></category>
		<category><![CDATA[AI Agent]]></category>
		<category><![CDATA[Claude Code]]></category>
		<category><![CDATA[Coding Assistant]]></category>
		<category><![CDATA[Cybersecurity]]></category>
		<category><![CDATA[Gemini CLI]]></category>
		<category><![CDATA[GitHub Security]]></category>
		<category><![CDATA[OpenAI Codex]]></category>
		<category><![CDATA[Prompt Injection]]></category>
		<category><![CDATA[Web Agent]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัย AI]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัยไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องโหว่ AI]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://siambyte.com/?p=1882</guid>

					<description><![CDATA[<p>AI Agent กำลังถูกนำมาใช้มากขึ้นทั้งในเว็บเบราว์เซอร์ เค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://siambyte.com/agent-data-injection-ai-agent-attack/">Agent Data Injection ภัยโจมตี AI Agent รูปแบบใหม่ที่ปลอมข้อมูลให้ระบบตัดสินใจผิด</a> appeared first on <a href="https://siambyte.com">SiamByte</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://siambyte.com/apple-removes-mac-mini-256gb/">AI</a> Agent กำลังถูกนำมาใช้มากขึ้นทั้งในเว็บเบราว์เซอร์ เครื่องมือเขียนโค้ด และระบบอัตโนมัติที่สามารถคลิกปุ่ม รันคำสั่ง หรือจัดการข้อมูลแทนผู้ใช้ได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยฉบับใหม่ชี้ให้เห็นว่า แม้ <a href="https://siambyte.com/fake-ai-agent-skill-security-scanner-bypass/">AI Agent</a> จะไม่ได้ถูกสั่งให้ละทิ้งงานเดิม ผู้โจมตีก็ยังสามารถทำให้ระบบตัดสินใจผิดพลาดได้ด้วยการปลอมแปลงข้อมูลที่ Agent เชื่อถือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">การโจมตีรูปแบบนี้เรียกว่า Agent Data Injection หรือ ADI โดยผู้โจมตีจะไม่พยายามซ่อนคำสั่งอันตรายไว้ในข้อความโดยตรง แต่จะเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงเล็ก ๆ เช่น ชื่อผู้ส่งอีเมล หมายเลขปุ่มบนหน้าเว็บ ชื่อผู้เขียนความคิดเห็น หรือผลลัพธ์จากเครื่องมือที่ Agent เชื่อว่าเคยดำเนินการแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผลที่ตามมาคือ AI Agent ยังคงทำงานตามคำสั่งของผู้ใช้ตามปกติ แต่ทำงานบนข้อมูลที่ถูกปลอมแปลง ซึ่งอาจนำไปสู่การสั่งซื้อสินค้าโดยไม่ได้ตั้งใจ การรันคำสั่งอันตรายบนคอมพิวเตอร์ หรือการอนุมัติโค้ดที่มีความเสี่ยง</p>



<h2 class="wp-block-heading">Agent Data Injection คืออะไร</h2>



<p class="wp-block-paragraph">Agent Data Injection เป็นแนวทางการโจมตี AI Agent ที่มุ่งเปลี่ยนแปลงข้อมูลซึ่งระบบใช้ประกอบการตัดสินใจ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคำสั่งหลักของผู้ใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยทั่วไป AI Agent ต้องประมวลผลข้อมูลสองประเภท ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>คำสั่ง เช่น สิ่งที่ผู้ใช้ต้องการให้ Agent ทำ</li>



<li>ข้อมูล เช่น อีเมล หน้าเว็บไซต์ ความคิดเห็นใน GitHub ผลลัพธ์จากเครื่องมือ หรือข้อมูลจากฐานข้อมูล</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">การโจมตีแบบ Prompt Injection ทั่วไปจะซ่อนคำสั่งไว้ในข้อมูล เช่น สั่งให้ Agent เพิกเฉยต่องานเดิมและส่งไฟล์ให้ผู้โจมตี แต่ ADI ใช้วิธีที่แตกต่างออกไป โดยปลอมรายละเอียดที่ Agent เชื่อว่าเป็นข้อมูลจริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สั่งให้ AI สรุปรีวิวสินค้า แต่รีวิวที่ถูกแทรกไว้มีข้อมูลปลอมเกี่ยวกับหมายเลขปุ่ม เมื่อ Agent ต้องการคลิกปุ่ม “อ่านเพิ่มเติม” ระบบอาจคลิกปุ่ม “ซื้อทันที” แทน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในกรณีของเครื่องมือช่วยเขียนโค้ด ผู้ใช้สามารถสั่งให้ Agent นำวิธีแก้ไขจากผู้ดูแลโครงการใน GitHub มาใช้งาน แต่ความคิดเห็นปลอมอาจทำให้ Agent เชื่อว่าคำสั่งของผู้โจมตีมาจากผู้ดูแลโครงการจริง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="691" height="703" src="https://siambyte.com/wp-content/uploads/2026/07/image-4.png" alt="" class="wp-image-1883" srcset="https://siambyte.com/wp-content/uploads/2026/07/image-4.png 691w, https://siambyte.com/wp-content/uploads/2026/07/image-4-295x300.png 295w" sizes="(max-width: 691px) 100vw, 691px" /></figure>
</div>


<h2 class="wp-block-heading">ช่องโหว่เกิดจากวิธีที่ AI Agent อ่านข้อมูล</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ระบบทั่วไปใช้ตัวแยกข้อมูล เช่น เครื่องหมายคำพูด วงเล็บปีกกา แท็ก วงเล็บเหลี่ยม และบรรทัดใหม่ เพื่อบอกว่าข้อมูลแต่ละส่วนเริ่มต้นและสิ้นสุดตรงไหน</p>



<p class="wp-block-paragraph">โปรแกรมแบบดั้งเดิมจะอ่านโครงสร้างเหล่านี้ตามกฎที่แน่นอน หากเครื่องหมายไม่ตรงตามรูปแบบ โปรแกรมมักมองว่าเป็นข้อความธรรมดา แต่โมเดลภาษาขนาดใหญ่ไม่ได้อ่านด้วยกฎตายตัวเสมอไป ระบบจะตีความโครงสร้างจากความน่าจะเป็นและบริบทของข้อความ</p>



<p class="wp-block-paragraph">นักวิจัยเรียกเทคนิคที่ใช้ประโยชน์จากพฤติกรรมนี้ว่า Probabilistic Delimiter Injection</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้โจมตีสามารถใส่อักขระที่มีลักษณะคล้ายเครื่องหมายแบ่งข้อมูลลงในช่องที่ตนเองควบคุมได้ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เครื่องหมายคำพูดที่มีการ Escape</li>



<li>เครื่องหมายคำพูดแบบโค้ง</li>



<li>วงเล็บหรือแท็กที่ดูคล้ายโครงสร้างจริง</li>



<li>เครื่องหมายดอลลาร์</li>



<li>การขึ้นบรรทัดใหม่ในตำแหน่งที่ทำให้เกิดความสับสน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">แม้อักขระเหล่านี้จะไม่ใช่ตัวแบ่งข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักของโปรแกรม แต่ AI อาจตีความว่าเป็นโครงสร้างใหม่ ทำให้มองเห็นข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริง เช่น อีเมลอีกฉบับ ปุ่มอีกปุ่ม หรือผลลัพธ์จากเครื่องมืออีกชุดหนึ่ง</p>



<h2 class="wp-block-heading">ตัวอย่างการโจมตี Agent Data Injection</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ทีมวิจัยได้สร้างตัวอย่างการโจมตีบนเครื่องมือที่เปิดให้ใช้งานจริง โดยแบ่งออกเป็นหลายสถานการณ์สำคัญ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ปลอมหมายเลขปุ่มบนหน้าเว็บไซต์</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในระบบ Web Agent ผู้โจมตีสามารถแทรกรีวิวสินค้าที่มีข้อมูลอ้างอิงถึงหมายเลขปุ่มซึ่งตรงกับปุ่มจริงบนหน้าเว็บไซต์</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อ Agent ต้องการคลิกปุ่ม “Read More” เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ระบบอาจเลือกหมายเลของค์ประกอบที่ถูกปลอมไว้ และคลิกปุ่ม “Buy Now” แทน ทำให้เกิดการสั่งซื้อโดยที่ผู้ใช้ไม่ได้ตั้งใจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เครื่องมือที่ถูกนำมาทดสอบประกอบด้วย <a href="https://siambyte.com/ios-27-third-party-ai-models-siri-apple-intelligence/">Claude</a> in Chrome, <a href="https://siambyte.com/pixel-watch-find-my-phone-bug-after-update-gemini-workaround/">Google</a> Antigravity และ Nanobrowser</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจัยสำคัญคือ Web Agent บางระบบกำหนดหมายเลของค์ประกอบบนหน้าเว็บแบบเรียงลำดับ ผู้โจมตีจึงสามารถคำนวณหรือคาดเดาหมายเลขของปุ่มเป้าหมายได้ง่าย</p>



<h3 class="wp-block-heading">ปลอมชื่อผู้เขียนความคิดเห็นใน GitHub</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในเครื่องมือช่วยเขียนโค้ด ผู้โจมตีสามารถสร้างความคิดเห็นที่ดูเหมือนมาจากผู้ดูแลโครงการ โดยปลอมส่วนที่แสดงชื่อผู้เขียนหรือโครงสร้างของข้อมูลความคิดเห็น</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อผู้ใช้สั่งให้ Agent นำวิธีแก้ไขจากผู้ดูแลโครงการไปใช้ ระบบอาจเชื่อว่าคำสั่งของผู้โจมตีเป็นคำแนะนำจากผู้ดูแลจริง และเสนอให้รันคำสั่งดังกล่าวบนคอมพิวเตอร์ของนักพัฒนา</p>



<p class="wp-block-paragraph">เครื่องมือที่ถูกนำมาทดสอบ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://siambyte.com/z-ai-glm-5-2-open-source-ai-model/">Claude Code</a></li>



<li><a href="https://siambyte.com/openai-new-realtime-voice-models-gpt-realtime-2-translate-whisper/">OpenAI</a> <a href="https://siambyte.com/samsung-openai-chatgpt-enterprise-codex-employees/">Codex</a></li>



<li>Google <a href="https://siambyte.com/gemini-iphone-liquid-glass-ui-update/">Gemini</a> CLI</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ระบบจะขอให้ผู้ใช้กดยืนยันก่อนรันคำสั่ง แต่คำอธิบายที่แสดงอาจดูเป็นขั้นตอนปกติ เนื่องจากเหตุผลของ Agent ถูกสร้างขึ้นจากข้อมูลปลอมที่ระบบเชื่อว่าเป็นจริง</p>



<h3 class="wp-block-heading">ปลอมผลลัพธ์ของการตรวจสอบโค้ด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">อีกหนึ่งรูปแบบคือการสร้าง Pull Request ที่ปลอมบันทึกผลการตรวจสอบ ทำให้ Agent เชื่อว่าเคยรันเครื่องมือวิเคราะห์หรือทดสอบความปลอดภัยไปแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผลลัพธ์ปลอมอาจระบุว่าโค้ดไม่มีปัญหา เมื่อ Agent ตรวจสอบประวัติการทำงาน ระบบจึงตัดสินว่าโค้ดปลอดภัยและแนะนำให้รวมโค้ดเข้าสู่โครงการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากผู้ใช้อนุมัติ Pull Request โค้ดอันตรายจริงอาจถูกนำเข้าสู่ระบบ แม้ขั้นตอนการตรวจสอบที่ Agent อ้างถึงจะไม่เคยเกิดขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading">ระบบขออนุมัติก่อนทำงานอาจยังไม่เพียงพอ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">AI Agent หลายระบบมีขั้นตอนขออนุมัติจากผู้ใช้ก่อนดำเนินการที่มีความเสี่ยง เช่น คลิกปุ่มสั่งซื้อ รันคำสั่ง หรือรวมโค้ดเข้าสู่โครงการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม การขออนุมัติจะช่วยได้ก็ต่อเมื่อข้อมูลที่แสดงต่อผู้ใช้มีความถูกต้องและเพียงพอ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในกรณีของ Web Agent หน้าต่างยืนยันอาจแจ้งเพียงว่า Agent ต้องการคลิกองค์ประกอบหนึ่งบนหน้าเว็บ แต่ไม่ได้อธิบายอย่างชัดเจนว่าปุ่มดังกล่าวคืออะไร มีข้อความว่าอย่างไร และเหตุใด Agent จึงต้องคลิก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอาจแสดงเหตุผลอย่างเป็นขั้นตอน แต่ถ้าข้อมูลต้นทางถูกปลอม เหตุผลทั้งหมดก็ยังดูสมเหตุสมผลได้ แม้ข้อสรุปจะผิดตั้งแต่ต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">จุดนี้ทำให้ผู้ใช้แยกแยะได้ยากว่าคำขออนุมัติมาจากขั้นตอนปกติ หรือเป็นผลจากข้อมูลที่ผู้โจมตีสร้างขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading">โมเดล AI หลายค่ายพบความเสี่ยงจาก ADI</h2>



<p class="wp-block-paragraph">งานวิจัยระบุว่าโมเดลจากหลายผู้พัฒนาแสดงพฤติกรรมที่สามารถถูกโจมตีด้วยวิธีดังกล่าวได้ โดยมีการทดสอบกับโมเดลจาก OpenAI, <a href="https://siambyte.com/ios-27-stability-performance-apple-ai-code-cleanup/">Anthropic</a> และ Google</p>



<p class="wp-block-paragraph">โมเดลที่ถูกระบุในงานวิจัยประกอบด้วย</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>OpenAI GPT-5.2</li>



<li>OpenAI GPT-5-mini</li>



<li>Anthropic Claude Opus 4.5</li>



<li>Anthropic Claude Sonnet 4.5</li>



<li><a href="https://siambyte.com/asus-pad-2026-dual-layer-oled-dimensity-8300/">Google Gemini</a> 3 Pro</li>



<li>Google Gemini 3 Flash</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากการทดสอบ การโจมตีข้อมูลแบบมีโครงสร้างประสบความสำเร็จประมาณ 31% ถึง 43% ขณะที่การโจมตีผ่านข้อมูลบนหน้าเว็บมีอัตราความสำเร็จตั้งแต่ประมาณหนึ่งในสามไปจนถึงเกือบทุกครั้งในบางรูปแบบการทดสอบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำไปทดสอบกับระบบป้องกัน Prompt Injection ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ การโจมตีแบบซ่อนคำสั่งทั่วไปถูกป้องกันได้เกือบทั้งหมด แต่ ADI ยังสามารถทำงานสำเร็จได้สูงสุดประมาณ 50%</p>



<p class="wp-block-paragraph">สาเหตุคือระบบป้องกันส่วนใหญ่มุ่งตรวจหาข้อความที่มีลักษณะเป็นคำสั่งอันตราย แต่ ADI ไม่จำเป็นต้องใช้คำสั่งตรง ๆ ผู้โจมตีเพียงเปลี่ยนข้อมูลที่ Agent ใช้ประกอบการตัดสินใจ</p>



<h2 class="wp-block-heading">วิธีป้องกัน Agent Data Injection</h2>



<p class="wp-block-paragraph">งานวิจัยได้ทดลองแนวทางป้องกันหลายรูปแบบ โดยแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">ใช้รหัสองค์ประกอบแบบสุ่ม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ChatGPT Atlas Browser สามารถป้องกันตัวอย่างการโจมตีด้วยการคลิกได้ เนื่องจากระบบกำหนดรหัสแบบสุ่มให้กับองค์ประกอบแต่ละรายการบนหน้าเว็บ แทนการใช้หมายเลขเรียงลำดับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อรหัสไม่สามารถคาดเดาได้ ผู้โจมตีจะปลอมหมายเลขให้ตรงกับปุ่มเป้าหมายได้ยากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">นักวิจัยยังทดลองเพิ่มรหัสสุ่มขนาดสั้นไว้กับชื่อฟิลด์ ซึ่งช่วยลดอัตราความสำเร็จของการโจมตีจากประมาณ 49% เหลือประมาณ 29% โดยยังคงรักษาความสามารถของ Agent ในการทำงานทั่วไปได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">ติดตามแหล่งที่มาของข้อมูล</h3>



<p class="wp-block-paragraph">แนวทางที่มีประสิทธิภาพสูงคือการติดตามว่าแต่ละข้อมูลมาจากแหล่งใด ใครเป็นผู้ควบคุม และระบบสามารถเชื่อถือข้อมูลนั้นได้ในระดับใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">วิธีนี้สามารถป้องกันการโจมตีในชุดทดสอบได้ทั้งหมด แต่มีผลกระทบต่อความสามารถในการทำงานของ Agent อย่างมาก โดยระบบทำงานทั่วไปสำเร็จเพียงประมาณหนึ่งในสามของงานทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาคือการติดตามแหล่งที่มาอย่างเข้มงวดอาจทำให้ Agent ปฏิเสธข้อมูลที่จำเป็น หรือไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อทำงานที่ซับซ้อนได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">ลบเครื่องหมายที่ใช้แบ่งข้อมูล</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การลบหรือกรองเครื่องหมายวรรคตอนบางประเภทสามารถลดโอกาสที่ AI จะตีความข้อมูลปลอมเป็นโครงสร้างจริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจทำลายข้อมูลที่จำเป็น เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ลิงก์เว็บไซต์</li>



<li>พาธของไฟล์</li>



<li>โค้ดโปรแกรม</li>



<li>JSON หรือ XML</li>



<li>ข้อความที่ต้องใช้เครื่องหมายคำพูด</li>



<li>คำสั่งในระบบปฏิบัติการ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จึงเป็นแนวทางที่ลดความเสี่ยงได้ แต่ไม่เหมาะกับ Agent ที่ต้องประมวลผลข้อมูลทางเทคนิคจำนวนมาก</p>



<h3 class="wp-block-heading">แสดงรายละเอียดก่อนขออนุมัติ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ระบบควรแสดงข้อมูลที่ผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้ก่อนอนุมัติ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ชื่อและข้อความของปุ่มที่จะคลิก</li>



<li>URL ปลายทาง</li>



<li>คำสั่งเต็มที่จะถูกรัน</li>



<li>ผู้เขียนความคิดเห็นจากข้อมูลที่ผ่านการยืนยัน</li>



<li>ไฟล์ที่จะถูกแก้ไข</li>



<li>ผลกระทบจากการรวมโค้ด</li>



<li>แหล่งที่มาของข้อมูลที่ Agent ใช้อ้างอิง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">การแจ้งเพียงว่า Agent ต้องการดำเนินการบางอย่างอาจไม่เพียงพอ เพราะผู้ใช้ยังไม่สามารถตัดสินได้ว่าระบบกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่</p>



<h2 class="wp-block-heading">เงื่อนไขที่ทำให้การโจมตีเกิดขึ้นได้</h2>



<p class="wp-block-paragraph">Agent Data Injection ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่างร่วมกัน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Agent ต้องประมวลผลข้อมูลที่บุคคลภายนอกแก้ไขได้</li>



<li>ผู้โจมตีต้องทราบหรือค้นหารูปแบบที่ระบบใช้จัดโครงสร้างข้อมูล</li>



<li>Agent ต้องนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ตัดสินใจหรือเลือกเครื่องมือ</li>



<li>ระบบตรวจสอบต้องไม่แยกข้อมูลที่เชื่อถือได้ออกจากข้อมูลที่ผู้ใช้ภายนอกควบคุม</li>



<li>ขั้นตอนอนุมัติต้องแสดงรายละเอียดไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เว็บไซต์ อีเมล GitHub Issue Pull Request รีวิวสินค้า และข้อความจากระบบภายนอกจึงเป็นพื้นที่เสี่ยง เพราะข้อมูลเหล่านี้สามารถถูกสร้างหรือแก้ไขโดยบุคคลที่ระบบไม่ควรเชื่อถือโดยอัตโนมัติ</p>



<h2 class="wp-block-heading">ผู้โจมตีรู้รูปแบบข้อมูลของ Agent ได้อย่างไร</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเครื่องมือโอเพนซอร์สหรือระบบที่ติดตั้งบนเครื่อง ผู้โจมตีสามารถศึกษารูปแบบข้อมูลได้จากซอร์สโค้ด การตรวจสอบไฟล์ หรือการวิเคราะห์พฤติกรรมของระบบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ระบบคลาวด์จะตรวจสอบได้ยากกว่า เนื่องจากรูปแบบข้อมูลภายในไม่ได้เปิดเผยต่อผู้ใช้ แต่ทีมวิจัยระบุว่าสามารถใช้การสนทนาหลายขั้นตอนเพื่อทำให้โมเดลเปิดเผยรูปแบบบางส่วนได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกประเด็นที่ต้องระวังคือ โมเดลขนาดใหญ่และขนาดเล็กของบริษัทเดียวกันอาจใช้รูปแบบข้อมูลร่วมกัน ผู้โจมตีจึงอาจศึกษารูปแบบจากโมเดลขนาดเล็กที่ทดสอบได้ง่ายกว่า แล้วนำข้อมูลไปใช้กับโมเดลขนาดใหญ่</p>



<h2 class="wp-block-heading">ความเชื่อมโยงกับ EchoLeak และการโจมตีผ่าน GitHub</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาความน่าเชื่อถือของข้อมูลใน AI Agent เคยปรากฏให้เห็นผ่านช่องโหว่อื่นมาก่อน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในเดือนมิถุนายน 2025 มีการเปิดเผย EchoLeak หรือ CVE-2025-32711 ซึ่งเกี่ยวข้องกับ <a href="https://siambyte.com/spacex-market-cap-surpasses-amazon/">Microsoft</a> 365 Copilot ผู้โจมตีสามารถสร้างอีเมลที่ทำให้ระบบเปิดเผยข้อมูลภายในได้โดยไม่ต้องให้ผู้ใช้คลิกลิงก์</p>



<p class="wp-block-paragraph">EchoLeak ใช้วิธีซ่อนคำสั่งไว้ในข้อมูล ขณะที่ Agent Data Injection เปลี่ยนไปปลอมข้อเท็จจริงที่ระบบเชื่อถือ เช่น ใครเป็นผู้ส่ง ข้อมูลมาจากแหล่งใด หรือเครื่องมือเคยทำอะไรไปแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ยังเคยมีการสาธิตว่าข้อความใน GitHub Issue และ Pull Request สามารถชักนำ Coding Agent ให้เข้าถึงข้อมูลจาก Repository ส่วนตัว หรือเปิดเผยข้อมูลสำคัญได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความแตกต่างสำคัญคือการโจมตีเดิมพยายามสั่ง Agent โดยตรง แต่ ADI ทำให้ Agent เข้าใจสถานการณ์ผิด แล้วปล่อยให้ระบบดำเนินงานเดิมต่อไปเอง</p>



<h2 class="wp-block-heading">นักพัฒนา AI Agent ควรเตรียมรับมืออย่างไร</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การป้องกัน ADI ไม่ควรพึ่งการกรอง Prompt Injection เพียงอย่างเดียว แต่ต้องออกแบบระบบให้แยกข้อมูลตามระดับความน่าเชื่อถืออย่างชัดเจน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนวทางที่ควรนำไปพิจารณา ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แยก Metadata ที่ระบบสร้างออกจากข้อความที่ผู้ใช้ควบคุม</li>



<li>ใช้รหัสแบบสุ่มสำหรับองค์ประกอบสำคัญ</li>



<li>ตรวจสอบตัวตนของผู้ส่งและผู้เขียนจากระบบต้นทาง</li>



<li>ไม่ใช้ข้อความที่แสดงบนหน้าจอเป็นหลักฐานยืนยันตัวตนเพียงอย่างเดียว</li>



<li>บันทึกผลการทำงานของเครื่องมือในพื้นที่ที่ข้อมูลภายนอกแก้ไขไม่ได้</li>



<li>แสดงคำสั่งและผลกระทบทั้งหมดก่อนให้ผู้ใช้อนุมัติ</li>



<li>กำหนดสิทธิ์ของ Agent ตามหลัก Least Privilege</li>



<li>แยกขั้นตอนอ่านข้อมูลออกจากขั้นตอนดำเนินการ</li>



<li>ตรวจสอบข้อมูลซ้ำด้วยโปรแกรมที่ใช้กฎแบบตายตัว</li>



<li>ทดสอบ Agent ด้วยข้อมูลที่มีโครงสร้างผิดปกติและอักขระหลอก</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">แนวคิดสำคัญคือ ระบบต้องไม่ถือว่าข้อมูลทุกส่วนที่อยู่ในบริบทเดียวกันมีความน่าเชื่อถือเท่ากัน ชื่อผู้ส่งที่ระบบยืนยันแล้วควรถูกแยกออกจากเนื้อหาอีเมล และผลลัพธ์จากเครื่องมือจริงควรถูกแยกออกจากข้อความที่ Repository ภายนอกสามารถแก้ไขได้</p>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป Agent Data Injection สะท้อนปัญหาความน่าเชื่อถือของข้อมูลใน AI Agent</h2>



<p class="wp-block-paragraph">Agent Data Injection แสดงให้เห็นว่าอันตรายต่อ AI Agent ไม่ได้เกิดจากคำสั่งที่พยายามเปลี่ยนเป้าหมายของระบบเท่านั้น แต่ยังเกิดจากข้อมูลปลอมที่ทำให้ Agent เข้าใจสถานการณ์ผิดได้ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">Agent อาจยังคงทำงานตามคำขอของผู้ใช้ทุกขั้นตอน แต่เลือกปุ่มผิด เชื่อผู้ส่งผิด รันคำสั่งผิด หรืออนุมัติโค้ดผิด เพราะข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ตัดสินใจถูกผู้โจมตีแทรกแซง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ระบบป้องกัน Prompt Injection แบบเดิมจึงอาจไม่เพียงพอสำหรับ Agent ที่สามารถดำเนินการจริง นักพัฒนาต้องแยกข้อมูลที่ระบบรับรองออกจากข้อมูลภายนอก ติดตามแหล่งที่มา ใช้รหัสที่คาดเดาไม่ได้ และแสดงรายละเอียดที่ตรวจสอบได้ก่อนขออนุมัติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อ AI Agent ได้รับสิทธิ์เข้าถึงเบราว์เซอร์ คอมพิวเตอร์ Repository และข้อมูลภายในองค์กรมากขึ้น การออกแบบขอบเขตความน่าเชื่อถือของข้อมูลจะกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัย ไม่ต่างจากการแยกโค้ดออกจากข้อมูลในซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา <strong><a href="https://thehackernews.com/2026/07/new-agent-data-injection-attack-can.html">thehackernews</a></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<div class="saboxplugin-wrap" itemtype="http://schema.org/Person" itemscope itemprop="author"><div class="saboxplugin-tab"><div class="saboxplugin-gravatar"><img decoding="async" src="https://siambyte.com/wp-content/uploads/2026/05/ChatGPT-Image-5-พ.ค.-2569-01_16_19.png" width="100"  height="100" alt="SiamGeek" itemprop="image"></div><div class="saboxplugin-authorname"><a href="https://siambyte.com/author/siamgeek/" class="vcard author" rel="author"><span class="fn">SiamGeek</span></a></div><div class="saboxplugin-desc"><div itemprop="description"></div></div><div class="clearfix"></div></div></div><p>The post <a href="https://siambyte.com/agent-data-injection-ai-agent-attack/">Agent Data Injection ภัยโจมตี AI Agent รูปแบบใหม่ที่ปลอมข้อมูลให้ระบบตัดสินใจผิด</a> appeared first on <a href="https://siambyte.com">SiamByte</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://siambyte.com/agent-data-injection-ai-agent-attack/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวิจัยสร้าง AI Agent Skill ปลอม เจาะช่องโหว่ระบบสแกน เข้าถึงเอเจนต์กว่า 26,000 ราย</title>
		<link>https://siambyte.com/fake-ai-agent-skill-security-scanner-bypass/</link>
					<comments>https://siambyte.com/fake-ai-agent-skill-security-scanner-bypass/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[SiamGeek]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 00:29:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว Hacker]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[AI Agent]]></category>
		<category><![CDATA[AI Agent Skill]]></category>
		<category><![CDATA[AI Security]]></category>
		<category><![CDATA[AI Skill ปลอม]]></category>
		<category><![CDATA[AIR Security]]></category>
		<category><![CDATA[Cybersecurity]]></category>
		<category><![CDATA[GitHub]]></category>
		<category><![CDATA[Prompt Injection]]></category>
		<category><![CDATA[Skill Marketplace]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain Attack]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัย AI]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบสแกนความปลอดภัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://siambyte.com/?p=1684</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัทด้านความปลอดภัย AIR เปิดเผยผลการทดลองสร้าง AI Age [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://siambyte.com/fake-ai-agent-skill-security-scanner-bypass/">นักวิจัยสร้าง AI Agent Skill ปลอม เจาะช่องโหว่ระบบสแกน เข้าถึงเอเจนต์กว่า 26,000 ราย</a> appeared first on <a href="https://siambyte.com">SiamByte</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">บริษัทด้านความปลอดภัย AIR เปิดเผยผลการทดลองสร้าง <a href="https://siambyte.com/apple-removes-mac-mini-256gb/">AI</a> Agent Skill ปลอม แล้วนำไปเผยแพร่ผ่านตลาดรวม Skill ที่ได้รับความนิยม พร้อมซื้อโฆษณาบน <a href="https://siambyte.com/instagram-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9f%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3/">Instagram</a> เพื่อทดสอบว่าผู้ใช้งานและระบบตรวจสอบความปลอดภัยจะสามารถตรวจจับความเสี่ยงได้หรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">AIR ระบุว่า Skill ดังกล่าวสามารถเข้าถึง <a href="https://siambyte.com/z-ai-glm-5-2-open-source-ai-model/">AI Agent</a> ได้ประมาณ 26,000 ราย รวมถึงเอเจนต์บางส่วนที่เชื่อมโยงกับบัญชีขององค์กร แม้เครื่องมือตรวจสอบความปลอดภัยทุกตัวที่บริษัทนำมาทดสอบจะรายงานว่าแพ็กเกจนี้ปลอดภัยก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">Payload ที่ใช้ในการทดลองถูกออกแบบไม่ให้สร้างความเสียหาย โดยเก็บเพียงอีเมลของผู้ใช้งานเพื่อใช้ตรวจนับจำนวนเอเจนต์ที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม วิธีการเดียวกันนี้สามารถถูกนำไปดัดแปลงเพื่อเข้าถึงไฟล์ ส่งข้อมูลออกจากระบบ หรือเรียกใช้บริการภายในองค์กรได้ หาก AI Agent มีสิทธิ์เข้าถึงทรัพยากรเหล่านั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading">AI Agent Skill คืออะไร และทำไมจึงมีความเสี่ยง</h2>



<p class="wp-block-paragraph">AI Agent Skill คือชุดคำสั่ง ไฟล์ หรือกระบวนการที่เพิ่มความสามารถให้กับ AI Agent เมื่อผู้ใช้งานติดตั้ง Skill ระบบจะโหลดคำสั่งเหล่านั้นเข้าสู่บริบทการทำงาน และปฏิบัติตามด้วยระดับความน่าเชื่อถือใกล้เคียงกับคำสั่งที่ได้รับจากผู้ใช้โดยตรง</p>



<p class="wp-block-paragraph">จุดนี้ทำให้ Skill แตกต่างจากส่วนเสริมทั่วไป เพราะคำสั่งภายใน Skill อาจสั่งให้เอเจนต์ดาวน์โหลดไฟล์ เปิดเว็บไซต์ เรียกใช้สคริปต์ หรือเข้าถึงข้อมูลที่เอเจนต์มีสิทธิ์ใช้งานอยู่แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">หาก Skill มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ความเสียหายจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัว Skill แต่จะขึ้นอยู่กับสิทธิ์ทั้งหมดที่ AI Agent ได้รับในระบบนั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading">AIR สร้าง Skill ปลอมให้ดูน่าเชื่อถืออย่างไร</h2>



<p class="wp-block-paragraph">Skill ที่ AIR ใช้ในการทดลองมีชื่อว่า “brand-landingpage” โดยอ้างว่าสามารถช่วยสร้างหน้า Landing Page ผ่านเครื่องมือออกแบบ <a href="https://siambyte.com/google-open-knowledge-format-okf-ai-notes/">Google</a> Stitch กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่มีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม เช่น นักการตลาด ฝ่ายขาย และนักออกแบบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อทำให้ Skill ดูน่าเชื่อถือ AIR วางแผนใช้สัญญาณความน่าเชื่อถือที่ผู้ใช้งานมักพิจารณาก่อนติดตั้ง ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จำนวนดาวบน GitHub</li>



<li>การอยู่ใน Repository ที่ได้รับความนิยม</li>



<li>ผลการสแกนความปลอดภัยที่ระบุว่าปลอดภัย</li>



<li>ชื่อเครื่องมือที่คล้ายกับบริการจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่</li>



<li>โฆษณาที่นำเสนอว่าเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">AIR ส่ง Pull Request เข้าไปยัง Repository ตลาด Skill แห่งหนึ่งที่มีดาวบน GitHub ประมาณ 36,000 ดาว และรวบรวม Skill อยู่ประมาณ 156 รายการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจาก Pull Request ถูกนำไปรวมเข้ากับ Repository Skill ปลอมจึงดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของโครงการโอเพนซอร์สที่ได้รับความนิยม และได้รับภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือจากจำนวนดาวของ Repository ไปด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นบริษัทซื้อโฆษณาบน Instagram โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นนักการตลาด ฝ่ายขาย และนักออกแบบ เพื่อชักชวนให้ผู้ใช้ติดตั้งและใช้งาน Skill ดังกล่าว</p>



<h2 class="wp-block-heading">ทำไมระบบสแกน AI Skill จึงตรวจไม่พบ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นสำคัญของการทดลองอยู่ที่ข้อจำกัดของเครื่องมือตรวจสอบความปลอดภัย ซึ่งมักวิเคราะห์เฉพาะไฟล์ที่ส่งเข้าระบบในช่วงเวลาที่ทำการสแกน เช่น ไฟล์ SKILL.md สคริปต์ และไฟล์อื่นที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">AIR ระบุว่าได้ทดสอบ Skill กับเครื่องมือตรวจสอบหลายระบบ รวมถึงเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับ Cisco, <a href="https://siambyte.com/tsmc-2nm-chip-ai-production/">NVIDIA</a> และระบบที่เชื่อมต่ออยู่กับแพลตฟอร์ม skills.sh แต่เครื่องมือทั้งหมดรายงานว่า Skill ปลอดภัย</p>



<p class="wp-block-paragraph">สาเหตุที่ระบบตรวจไม่พบความเสี่ยงมีดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แพ็กเกจ Skill ไม่มี Payload อันตรายอยู่ภายในโดยตรง</li>



<li>Skill สั่งให้ AI Agent ไปอ่านเอกสารติดตั้งจากเว็บไซต์ภายนอก</li>



<li>เว็บไซต์ภายนอกยังแสดงข้อมูลที่ดูปลอดภัยในช่วงที่มีการตรวจสอบ</li>



<li>ระบบสแกนไม่ได้วิเคราะห์เนื้อหาที่เว็บไซต์จะเปลี่ยนแปลงในอนาคต</li>



<li>ผู้ควบคุมโดเมนสามารถแก้ไขคำสั่งบนหน้าเว็บไซต์ได้หลังจาก Skill ผ่านการตรวจสอบแล้ว</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading">ใช้โดเมนปลอมเลียนแบบ Google Stitch</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ภายใน Skill ไม่มีขั้นตอนการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ชัดเจน แต่สั่งให้ AI Agent ไปอ่านเอกสารการติดตั้ง “Stitch SDK” จากเว็บไซต์ stitch-design.ai ซึ่งเป็นโดเมนที่ AIR ควบคุมเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดเมนดังกล่าวไม่ได้เป็นเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Google Stitch เนื่องจากบริการจริงของ Google ใช้งานผ่านโดเมน stitch.withgoogle.com</p>



<p class="wp-block-paragraph">ช่วงแรก เว็บไซต์ของ AIR ส่งผู้ใช้งานไปยังเอกสารจริงของ Google Stitch ทำให้หน้าเว็บดูน่าเชื่อถือและไม่มีคำสั่งอันตราย ระบบสแกนที่ตรวจสอบเฉพาะตัวแพ็กเกจจึงไม่พบสิ่งผิดปกติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจาก Skill ถูกติดตั้งในวงกว้าง AIR เปลี่ยนเนื้อหาบนเว็บไซต์ภายนอกให้สั่ง AI Agent ดาวน์โหลดและเรียกใช้สคริปต์เพิ่มเติม</p>



<p class="wp-block-paragraph">เทคนิคนี้ทำให้ตัว Skill ที่ถูกตรวจสอบยังคงเหมือนเดิม แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงสามารถเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เนื่องจากคำสั่งสำคัญถูกจัดเก็บอยู่บนเว็บไซต์ที่ผู้สร้างควบคุม</p>



<h2 class="wp-block-heading">การทดลองเก็บเพียงอีเมล แต่ความเสี่ยงอาจรุนแรงกว่านั้น</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ในการสาธิต สคริปต์ของ AIR ทำหน้าที่ส่งอีเมลของผู้ใช้งานกลับไปยังระบบของบริษัท เพื่อใช้ตรวจนับจำนวน AI Agent ที่เข้าถึงคำสั่งดังกล่าว</p>



<p class="wp-block-paragraph">บริษัทระบุว่าการทดลองเข้าถึงเอเจนต์ได้ประมาณ 26,000 ราย แต่ตัวเลขนี้มาจากข้อมูลของ AIR เพียงฝ่ายเดียว และยังไม่มีหน่วยงานอิสระยืนยัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ Payload จะไม่สร้างความเสียหาย แต่หากผู้โจมตีใช้เทคนิคเดียวกันกับเป้าหมายจริง อาจนำไปสู่ความเสี่ยงหลายรูปแบบ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ่านไฟล์ที่ AI Agent มีสิทธิ์เข้าถึง</li>



<li>ดึงข้อมูลจากระบบภายในองค์กร</li>



<li>ส่งข้อมูลสำคัญออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก</li>



<li>เรียกใช้คำสั่งหรือสคริปต์บนเครื่องของผู้ใช้งาน</li>



<li>เข้าถึง API และบริการที่เชื่อมต่อกับเอเจนต์</li>



<li>ใช้สิทธิ์ของบัญชีองค์กรเพื่อดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ขอบเขตความเสียหายจะขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของ AI Agent หากเอเจนต์สามารถเข้าถึงอีเมล เอกสาร ฐานข้อมูล ระบบคลาวด์ หรือเครื่องมือภายในองค์กร ผู้โจมตีก็อาจใช้สิทธิ์เหล่านั้นผ่านคำสั่งจาก Skill ได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="777" src="https://siambyte.com/wp-content/uploads/2026/06/data2222-1024x777.png" alt="" class="wp-image-1685" srcset="https://siambyte.com/wp-content/uploads/2026/06/data2222-1024x777.png 1024w, https://siambyte.com/wp-content/uploads/2026/06/data2222-300x228.png 300w, https://siambyte.com/wp-content/uploads/2026/06/data2222-768x583.png 768w, https://siambyte.com/wp-content/uploads/2026/06/data2222-1536x1166.png 1536w, https://siambyte.com/wp-content/uploads/2026/06/data2222.png 1700w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h2 class="wp-block-heading">ช่องโหว่เกิดจากการตรวจสอบเพียงครั้งเดียว</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาหลักของระบบตรวจสอบ AI Skill คือการสแกนมักเกิดขึ้นเพียงช่วงที่ส่งแพ็กเกจเข้าสู่ตลาดหรือก่อนติดตั้ง แต่คำสั่งจากเว็บไซต์ภายนอกสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา</p>



<p class="wp-block-paragraph">สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงมีลักษณะดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ผู้พัฒนาส่ง Skill ที่ไม่มีโค้ดอันตรายเข้าสู่ระบบตรวจสอบ</li>



<li>Skill เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ภายนอกที่ดูปลอดภัย</li>



<li>ระบบสแกนรายงานว่าแพ็กเกจไม่มีความเสี่ยง</li>



<li>ผู้ใช้งานจำนวนมากติดตั้ง Skill</li>



<li>ผู้ควบคุมเว็บไซต์เปลี่ยนเนื้อหาเป็นคำสั่งที่มีความเสี่ยง</li>



<li>AI Agent ดึงคำสั่งเวอร์ชันใหม่และปฏิบัติตามโดยอัตโนมัติ</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">วิธีนี้คล้ายกับการโจมตีแบบ Time-of-Check to Time-of-Use หรือ TOCTOU ซึ่งข้อมูลในช่วงตรวจสอบแตกต่างจากข้อมูลที่ถูกใช้งานจริงในภายหลัง</p>



<h2 class="wp-block-heading">งานวิจัยก่อนหน้านี้พบปัญหาในลักษณะเดียวกัน</h2>



<p class="wp-block-paragraph">AIR ไม่ใช่หน่วยงานแรกที่แสดงให้เห็นว่าเครื่องมือตรวจสอบ AI Skill สามารถถูกหลีกเลี่ยงได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนหน้านี้ Trail of Bits ได้ทดสอบระบบตรวจจับ Skill ที่เป็นอันตรายบนแพลตฟอร์ม ClawHub รวมถึงเครื่องมือของ Cisco และเครื่องมือสแกนที่เชื่อมต่ออยู่กับ skills.sh</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าเครื่องมือสแกนตรวจสอบแพ็กเกจในสถานะหนึ่ง ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ขณะที่ผู้โจมตีสามารถปรับแก้คำสั่งหรือ Payload ซ้ำหลายครั้งจนผ่านการตรวจสอบได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ แคมเปญโจมตีที่เกิดขึ้นจริงบางส่วนยังใช้แนวทางเก็บแพ็กเกจที่ส่งตรวจให้สะอาด แล้วนำคำสั่งสำคัญไปไว้บนเว็บไซต์ที่ AI Agent จะเปิดอ่านในช่วงติดตั้งหรือเริ่มใช้งาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เอกสารของ <a href="https://siambyte.com/ios-27-stability-performance-apple-ai-code-cleanup/">Anthropic</a> ยังเตือนถึงความเสี่ยงจาก Skill ที่ดึงข้อมูลจาก URL ภายนอก เนื่องจากเนื้อหาบนเว็บไซต์สามารถเปลี่ยนแปลงได้หลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบแล้ว</p>



<h2 class="wp-block-heading">GitHub Stars และผลสแกนปลอดภัยอาจไม่เพียงพอ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าสัญญาณที่ผู้ใช้งานมักใช้ตัดสินความน่าเชื่อถือของ Skill อาจถูกนำมาใช้สร้างความเข้าใจผิดได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">จำนวนดาวบน GitHub สามารถถูกยืมความน่าเชื่อถือ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">Skill ที่ถูกรวมเข้าไปใน Repository ยอดนิยมอาจดูเหมือนได้รับการตรวจสอบจากชุมชนแล้ว ทั้งที่จำนวนดาวเป็นของโครงการหลัก ไม่ได้สะท้อนว่า Skill แต่ละรายการมีความปลอดภัย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ใช้งานจึงไม่ควรประเมิน Skill จากจำนวนดาวของ Repository เพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบประวัติของผู้พัฒนา การเปลี่ยนแปลงใน Pull Request และคำสั่งที่ Skill จะเรียกใช้งาน</p>



<h3 class="wp-block-heading">ผลสแกนสะท้อนเพียงข้อมูลในช่วงเวลานั้น</h3>



<p class="wp-block-paragraph">คำว่า “ปลอดภัย” จากระบบสแกน หมายถึงเครื่องมือไม่พบสิ่งผิดปกติในไฟล์หรือข้อมูลที่ตรวจสอบในขณะนั้น ไม่ได้หมายความว่า Skill จะปลอดภัยตลอดไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">หาก Skill เชื่อมต่อกับไฟล์ URL หรือเซิร์ฟเวอร์ภายนอก พฤติกรรมของ Skill อาจเปลี่ยนโดยที่ตัวแพ็กเกจไม่ถูกแก้ไขเลย</p>



<h3 class="wp-block-heading">โอเพนซอร์สไม่ได้รับประกันความปลอดภัยเสมอไป</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การเปิดเผยซอร์สโค้ดช่วยให้ชุมชนสามารถตรวจสอบได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีผู้ตรวจสอบทุกไฟล์อย่างละเอียดก่อนนำไปใช้งาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเฉพาะ Skill ที่มีจำนวนมากและถูกเพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง การตรวจสอบด้วยมนุษย์อาจไม่ครอบคลุมทุกการเปลี่ยนแปลง</p>



<h2 class="wp-block-heading">แนวทางป้องกัน AI Agent Skill ที่ไม่ปลอดภัย</h2>



<p class="wp-block-paragraph">องค์กรควรจัดการ AI Agent Skill ในลักษณะเดียวกับซอฟต์แวร์หรือแพ็กเกจจากบุคคลภายนอก ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงไฟล์ข้อความหรือชุด Prompt ทั่วไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนวทางที่ควรดำเนินการมีดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ตรวจสอบ Skill ที่ติดตั้งอยู่ในระบบทั้งหมด</li>



<li>จำกัดแหล่งติดตั้งให้มาจาก Repository หรือ <a href="https://siambyte.com/apple-app-store-brazil-marketplace-ios-26-5/">Marketplace</a> ที่องค์กรควบคุม</li>



<li>ตรวจสอบ URL ภายนอกที่ Skill เรียกใช้งาน</li>



<li>บันทึกและติดตามการเปลี่ยนแปลงของเนื้อหาจากเว็บไซต์ภายนอก</li>



<li>กำหนดเวอร์ชันของ Skill และ Dependency ให้ชัดเจน</li>



<li>ตรวจสอบ Skill ใหม่เมื่อไฟล์หรือแหล่งข้อมูลที่เชื่อมโยงมีการเปลี่ยนแปลง</li>



<li>จำกัดสิทธิ์ AI Agent ตามหลัก Least Privilege</li>



<li>แยกข้อมูลสำคัญออกจากสภาพแวดล้อมที่เอเจนต์สามารถเข้าถึง</li>



<li>บล็อกการดาวน์โหลดหรือเรียกใช้สคริปต์จากโดเมนที่ไม่ได้รับอนุญาต</li>



<li>บันทึก Log การเข้าถึงเว็บไซต์ การดาวน์โหลดไฟล์ และการเรียกใช้คำสั่งของเอเจนต์</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading">องค์กรควรตรวจสอบอะไรบ้างก่อนอนุญาตให้ใช้ Skill</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนอนุญาตให้ติดตั้ง AI Agent Skill ฝ่ายไอทีและทีมความปลอดภัยควรตรวจสอบอย่างน้อยในประเด็นต่อไปนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">แหล่งที่มาของ Skill</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ตรวจสอบชื่อผู้พัฒนา ประวัติการเผยแพร่ อายุบัญชี Repository ต้นทาง และบุคคลที่อนุมัติการนำ Skill เข้าสู่ระบบ</p>



<h3 class="wp-block-heading">สิทธิ์ที่ Skill ต้องใช้</h3>



<p class="wp-block-paragraph">พิจารณาว่า Skill จำเป็นต้องอ่านไฟล์ เข้าถึงอีเมล เชื่อมต่อฐานข้อมูล หรือเรียกใช้คำสั่งในระบบปฏิบัติการจริงหรือไม่</p>



<h3 class="wp-block-heading">การเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ภายนอก</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ตรวจสอบทุกโดเมนที่ Skill เรียกใช้งาน รวมถึง Redirect, ไฟล์ดาวน์โหลด และ API Endpoint โดยไม่ควรเชื่อถือโดเมนจากชื่อที่ดูคล้ายบริการจริงเพียงอย่างเดียว</p>



<h3 class="wp-block-heading">ความสามารถในการเปลี่ยนคำสั่งภายหลัง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หาก Skill โหลดเอกสารหรือคำสั่งจากระยะไกล ควรมีระบบตรวจสอบ Hash, Digital Signature หรือการกำหนดเวอร์ชัน เพื่อป้องกันการเปลี่ยนเนื้อหาโดยไม่ได้รับอนุญาต</p>



<h3 class="wp-block-heading">พฤติกรรมขณะทำงาน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ควรตรวจสอบพฤติกรรมจริงในสภาพแวดล้อม Sandbox ไม่ใช่วิเคราะห์เฉพาะไฟล์แบบ Static Scan เพราะคำสั่งบางส่วนจะปรากฏเฉพาะเมื่อ Skill เริ่มทำงานแล้ว</p>



<h2 class="wp-block-heading">ตัวเลข 26,000 รายยังต้องอ่านอย่างระมัดระวัง</h2>



<p class="wp-block-paragraph">AIR เป็นผู้เปิดเผยตัวเลขจำนวนเอเจนต์ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงรายละเอียดว่าเอเจนต์บางส่วนอยู่ภายใต้บัญชีองค์กร และยังเป็นบริษัทที่กำลังเปิดตัวตลาด AI Skill แบบมีการบริหารจัดการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น ตัวเลข 26,000 รายและขอบเขตการเข้าถึงระบบควรถูกพิจารณาอย่างระมัดระวัง เนื่องจากยังไม่มีการตรวจสอบโดยหน่วยงานอิสระ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม วิธีการโจมตีที่ใช้ในการทดลองสอดคล้องกับข้อค้นพบจากนักวิจัยรายอื่น โดยเฉพาะข้อจำกัดของการตรวจสอบแพ็กเกจแบบครั้งเดียว และความเสี่ยงจากคำสั่งที่โหลดผ่านเว็บไซต์ภายนอก</p>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การทดลองสร้าง AI Agent Skill ปลอมของ AIR แสดงให้เห็นว่าจำนวนดาวบน GitHub ชื่อเสียงของโครงการโอเพนซอร์ส และผลการสแกนที่ระบุว่าปลอดภัย ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันความปลอดภัยได้ทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ช่องว่างสำคัญอยู่ที่ระบบสแกนมักตรวจสอบเฉพาะไฟล์ภายในแพ็กเกจ แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าเนื้อหาจาก URL ภายนอกจะยังคงเหมือนเดิมหลังผ่านการตรวจสอบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">องค์กรที่นำ AI Agent มาใช้งานจึงควรปฏิบัติต่อ Skill เหมือนซอฟต์แวร์จากบุคคลภายนอก ตรวจสอบทั้งตัวแพ็กเกจ เว็บไซต์ที่เชื่อมโยง พฤติกรรมขณะทำงาน และสิทธิ์ที่เอเจนต์ได้รับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่ว่าจำนวนเอเจนต์ที่เข้าถึงได้จริงจะเป็น 26,000 รายหรือน้อยกว่านั้น วิธีการทดลองได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบนิเวศ AI Agent Skill ที่ยังต้องได้รับการแก้ไข ทั้งในด้านการตรวจสอบแบบต่อเนื่อง การควบคุมแหล่งติดตั้ง และการจำกัดสิทธิ์ของเอเจนต์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา<strong><a href="https://thehackernews.com/2026/06/fake-ai-agent-skill-passed-security.html"> thehackernews</a></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<div class="saboxplugin-wrap" itemtype="http://schema.org/Person" itemscope itemprop="author"><div class="saboxplugin-tab"><div class="saboxplugin-gravatar"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://siambyte.com/wp-content/uploads/2026/05/ChatGPT-Image-5-พ.ค.-2569-01_16_19.png" width="100"  height="100" alt="SiamGeek" itemprop="image"></div><div class="saboxplugin-authorname"><a href="https://siambyte.com/author/siamgeek/" class="vcard author" rel="author"><span class="fn">SiamGeek</span></a></div><div class="saboxplugin-desc"><div itemprop="description"></div></div><div class="clearfix"></div></div></div><p>The post <a href="https://siambyte.com/fake-ai-agent-skill-security-scanner-bypass/">นักวิจัยสร้าง AI Agent Skill ปลอม เจาะช่องโหว่ระบบสแกน เข้าถึงเอเจนต์กว่า 26,000 ราย</a> appeared first on <a href="https://siambyte.com">SiamByte</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://siambyte.com/fake-ai-agent-skill-security-scanner-bypass/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
