SiamByte

เว็บไซต์ข่าวมือถือ รีวิว เปรียบเทียบ ราคา และสเปคโทรศัพท์ อัปเดตมือถือใหม่ล่าสุด พร้อมข่าวเทคโนโลยี AI และ Gadget ครบในที่เดียว

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Nancy Grace Roman เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย NASA ตั้งเป้าปล่อย 30 สิงหาคม

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Nancy Grace Roman เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายก่อน NASA ปล่อยวันที่ 30 สิงหาคม

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Nancy Grace Roman ของ NASA กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายก่อนการปล่อยขึ้นสู่อวกาศ หลังผ่านการประกอบและการทดสอบสภาพแวดล้อมที่สำคัญเรียบร้อยแล้ว ภารกิจนี้ได้รับการจับตามองอย่างมาก เนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อสำรวจจักรวาลในพื้นที่กว้าง ศึกษาพลังงานมืด สสารมืด วิวัฒนาการของกาแล็กซี และค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจำนวนมาก

NASA ตั้งเป้าปล่อยกล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman ในวันที่ 30 สิงหาคม โดยใช้จรวด SpaceX Falcon Heavy จากฐานปล่อย Launch Complex 39A ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นฐานปล่อยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเคยถูกใช้ในภารกิจ Apollo มาก่อน

กล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman ประกอบเสร็จสมบูรณ์แล้ว

ตัวกล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman ได้รับการประกอบเสร็จสมบูรณ์ที่ศูนย์การบินอวกาศก็อดดาร์ดของ NASA ในรัฐแมริแลนด์ พร้อมผ่านการทดสอบด้านสภาพแวดล้อมที่สำคัญ เพื่อประเมินว่าตัวกล้องสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน อุณหภูมิ และสภาวะที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการปล่อยและการทำงานในอวกาศได้หรือไม่

หลังจากผ่านขั้นตอนดังกล่าว ภารกิจจึงเข้าสู่กระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนการปล่อยอย่างเป็นทางการ โดยเจ้าหน้าที่ของ NASA ระบุว่าโครงการมีความคืบหน้าเร็วกว่ากำหนดการเดิม และยังคงใช้งบประมาณต่ำกว่ากรอบที่คาดการณ์ไว้

Jared Isaacman ผู้บริหาร NASA ได้กล่าวชื่นชมความพร้อมและความรวดเร็วของโครงการ พร้อมยกให้ Nancy Grace Roman เป็นตัวอย่างของภารกิจวิทยาศาสตร์ที่สามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการตั้งเป้าหมายด้านการสำรวจจักรวาลที่มีความท้าทายสูง

จุดเด่นของกล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman

กล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman มาพร้อมกระจกหลักขนาด 2.4 เมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Hubble แต่จุดเด่นสำคัญไม่ได้อยู่ที่กำลังขยายเพียงอย่างเดียว

NASA ระบุว่า Roman สามารถบันทึกภาพพื้นที่บนท้องฟ้าได้กว้างกว่า Hubble ประมาณ 100 เท่าในการสังเกตการณ์หนึ่งครั้ง ขณะเดียวกันยังสามารถรักษาความละเอียดของภาพให้อยู่ในระดับสูงได้

คุณสมบัติสำคัญของกล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman ประกอบด้วย

  • กระจกหลักขนาด 2.4 เมตร
  • บันทึกภาพพื้นที่ท้องฟ้าได้กว้างกว่า Hubble ประมาณ 100 เท่า
  • เหมาะสำหรับการสำรวจท้องฟ้าและกาแล็กซีจำนวนมากในเวลาที่รวดเร็ว
  • ศึกษาสสารมืดและพลังงานมืดในระดับจักรวาล
  • ค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบด้วยเทคนิค gravitational microlensing
  • ทดสอบเทคโนโลยีถ่ายภาพดาวเคราะห์โดยตรงผ่านเครื่องมือ Coronagraph

ด้วยมุมมองที่กว้าง Roman จะสามารถทำแผนที่จักรวาลในระดับที่กล้องโทรทรรศน์รุ่นก่อนทำได้ยาก และช่วยให้นักดาราศาสตร์รวบรวมข้อมูลจากกาแล็กซีและวัตถุท้องฟ้าจำนวนมหาศาลภายในระยะเวลาที่สั้นลง

ภารกิจสำรวจพลังงานมืดและสสารมืด

หนึ่งในเป้าหมายหลักของกล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman คือการศึกษาสสารมืดและพลังงานมืด ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของจักรวาลที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถอธิบายได้อย่างสมบูรณ์

Roman จะช่วยทำแผนที่การกระจายตัวของสสารมืดผ่านการสังเกตผลกระทบของแรงโน้มถ่วงที่มีต่อแสงจากกาแล็กซีที่อยู่ห่างไกล ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจโครงสร้างขนาดใหญ่ของจักรวาลได้ละเอียดมากขึ้น

นอกจากนี้ กล้องโทรทรรศน์ยังถูกออกแบบมาเพื่อศึกษาว่าพลังงานมืดมีบทบาทอย่างไรต่อการขยายตัวแบบเร่งของจักรวาล โดยจะเก็บข้อมูลจากกาแล็กซีจำนวนมากในช่วงเวลาต่าง ๆ ของประวัติศาสตร์จักรวาล

ศึกษาการก่อตัวและวิวัฒนาการของกาแล็กซี

ความสามารถในการสำรวจพื้นที่กว้างจะช่วยให้ Roman สามารถตรวจสอบกาแล็กซีจำนวนมหาศาลได้ในภารกิจเดียว นักวิทยาศาสตร์จะนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ศึกษาว่ากาแล็กซีก่อตัว เปลี่ยนแปลง และรวมตัวกันอย่างไรตลอดระยะเวลาหลายพันล้านปี

เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลจากกาแล็กซีที่อยู่ในระยะทางแตกต่างกัน นักวิจัยจะสามารถมองย้อนกลับไปยังช่วงเวลาต่าง ๆ ของจักรวาล และวิเคราะห์วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ กาแล็กซี และโครงสร้างขนาดใหญ่ได้อย่างเป็นระบบ

คาดว่าจะค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบหลายพันดวง

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ Nancy Grace Roman คือการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะด้วยเทคนิค gravitational microlensing หรือปรากฏการณ์ไมโครเลนส์จากแรงโน้มถ่วง

เทคนิคนี้อาศัยการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของแสงจากดาวฤกษ์พื้นหลัง เมื่อดาวฤกษ์หรือดาวเคราะห์เคลื่อนผ่านแนวสายตาระหว่างโลกกับแหล่งกำเนิดแสง แรงโน้มถ่วงของวัตถุด้านหน้าจะทำหน้าที่คล้ายเลนส์และขยายแสงจากวัตถุที่อยู่ด้านหลังชั่วคราว

Roman คาดว่าจะสามารถค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบได้หลายพันดวง รวมถึงดาวเคราะห์ประเภทที่กล้องโทรทรรศน์อื่นตรวจจับได้ยาก เช่น

  • ดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่ห่างจากดาวฤกษ์แม่
  • ดาวเคราะห์มวลต่ำ
  • ดาวเคราะห์ที่มีวงโคจรยาว
  • ดาวเคราะห์อิสระที่ไม่ได้โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงใด
  • ระบบดาวเคราะห์ที่อยู่ในบริเวณห่างไกลของทางช้างเผือก

ข้อมูลที่ได้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ประเมินได้ว่าดาวเคราะห์แต่ละประเภทพบได้บ่อยเพียงใด และระบบดาวเคราะห์ในทางช้างเผือกมีกระบวนการก่อตัวแตกต่างกันอย่างไร

Coronagraph Instrument เทคโนโลยีถ่ายภาพดาวเคราะห์โดยตรง

Nancy Grace Roman ยังติดตั้ง Coronagraph Instrument ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของภารกิจนี้ เครื่องมือดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อบดบังแสงจากดาวฤกษ์ ทำให้สามารถตรวจจับวัตถุที่มีความสว่างน้อยกว่าและอยู่ใกล้ดาวฤกษ์ได้ง่ายขึ้น

โดยปกติแล้ว การถ่ายภาพดาวเคราะห์นอกระบบโดยตรงเป็นเรื่องยาก เนื่องจากแสงจากดาวฤกษ์แม่มีความสว่างมากกว่าดาวเคราะห์หลายล้านถึงหลายพันล้านเท่า Coronagraph จึงมีหน้าที่ลดแสงรบกวนจากดาวฤกษ์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบดาวเคราะห์และจานฝุ่นรอบดาวได้

แม้เครื่องมือนี้จะถูกจัดให้เป็นเทคโนโลยีสาธิต แต่ผลการทดสอบอาจเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนากล้องโทรทรรศน์อวกาศรุ่นใหม่ในอนาคต ซึ่งอาจสามารถตรวจสอบดาวเคราะห์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับโลกได้ละเอียดกว่าเดิม

Roman จะสร้างฐานข้อมูลจักรวาลขนาดใหญ่

แตกต่างจากกล้องโทรทรรศน์ที่มุ่งสังเกตวัตถุหรือพื้นที่แคบเป็นหลัก Nancy Grace Roman ถูกออกแบบมาให้สำรวจพื้นที่ขนาดใหญ่ของจักรวาลอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

ภารกิจนี้คาดว่าจะสร้างข้อมูลทางดาราศาสตร์จำนวนมหาศาล ซึ่งจะเปิดให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกนำไปวิเคราะห์และศึกษาต่อได้อีกหลายสิบปี ข้อมูลบางส่วนอาจนำไปสู่การค้นพบที่ไม่ได้อยู่ในเป้าหมายหลักของภารกิจ เนื่องจากการสำรวจท้องฟ้าในวงกว้างสามารถบันทึกปรากฏการณ์และวัตถุที่นักวิจัยยังไม่เคยพบมาก่อนได้

Nancy Grace Roman กับยุคใหม่ของการสำรวจอวกาศ

การเตรียมปล่อย Nancy Grace Roman เกิดขึ้นในช่วงที่ NASA กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การดำเนินภารกิจอวกาศรูปแบบใหม่ ทั้งโครงการ Artemis สำหรับการสำรวจดวงจันทร์ ความร่วมมือกับบริษัทเอกชนด้านการปล่อยจรวด และการพัฒนาระบบสำหรับภารกิจในห้วงอวกาศลึก

กล้องโทรทรรศน์ Roman จึงเป็นอีกหนึ่งการลงทุนระยะยาวด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการเดินทางของมนุษย์ในอวกาศ แต่ยังมุ่งตอบคำถามสำคัญเกี่ยวกับต้นกำเนิด โครงสร้าง และอนาคตของจักรวาล

สรุป

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Nancy Grace Roman กำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายก่อนการปล่อย หลังจากตัวกล้องได้รับการประกอบและผ่านการทดสอบด้านสภาพแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว โดย NASA ตั้งเป้าปล่อยในวันที่ 30 สิงหาคม ด้วยจรวด SpaceX Falcon Heavy จากศูนย์อวกาศเคนเนดี

จุดเด่นของ Roman คือกระจกหลักขนาดใกล้เคียงกับ Hubble แต่สามารถบันทึกภาพพื้นที่บนท้องฟ้าได้กว้างกว่าประมาณ 100 เท่า ภารกิจนี้จะช่วยศึกษาพลังงานมืด สสารมืด วิวัฒนาการของกาแล็กซี และค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบจำนวนหลายพันดวง

หากภารกิจดำเนินไปตามแผน Nancy Grace Roman อาจกลายเป็นหนึ่งในกล้องโทรทรรศน์ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดต่อวงการดาราศาสตร์ยุคใหม่ และสร้างฐานข้อมูลจักรวาลที่นักวิทยาศาสตร์สามารถนำไปศึกษาต่อได้อีกหลายทศวรรษ

ที่มา spaceexplored

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *