Huawei เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล nova Series อย่าง Huawei nova 16z ที่มาพร้อมจุดเด่นด้านการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม BeiDou ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถส่งและรับข้อความได้แม้อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือไม่มีสัญญาณเครือข่ายมือถือ โดยรุ่นนี้ถูกเปิดตัวพร้อมกับ Huawei nova 16, nova 16 Pro และ nova 16 Ultra

แม้ Huawei nova 16z จะไม่ได้เป็นรุ่นใหม่ทั้งหมดแบบเปลี่ยนดีไซน์หรือสเปกครั้งใหญ่ แต่ถือเป็นรุ่นอัปเกรดที่น่าสนใจ เพราะยังคงสเปกหลักจากรุ่นก่อนหน้าเอาไว้หลายส่วน พร้อมเพิ่มความสามารถด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียม BeiDou เข้ามาเป็นจุดขายสำคัญ
Huawei nova 16z มาพร้อมจุดเด่นเชื่อมต่อดาวเทียม BeiDou
จุดเด่นที่ทำให้ Huawei nova 16z แตกต่างจากรุ่นก่อน คือการรองรับการส่งและรับข้อความผ่านระบบดาวเทียม BeiDou โดยไม่ได้จำกัดแค่ข้อความตัวอักษรเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งข้อความรูปภาพได้ด้วย
ฟีเจอร์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ภูเขา ป่า หรือสถานที่ที่สัญญาณมือถือเข้าไม่ถึง เพราะสามารถใช้ในการติดต่อขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงตรวจสอบสภาพอากาศได้แม้อยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีเครือข่ายมือถือรองรับ
หน้าจอ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว แสดงผล 10-bit
Huawei nova 16z มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1,084 x 2,412 พิกเซล รองรับการแสดงผลสีแบบ 10-bit และใช้กระจก aluminosilicate glass เพื่อช่วยเพิ่มความทนทานให้กับหน้าจอ

อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ไม่ได้ใช้จอ LTPO เหมือนบางรุ่นระดับสูง จึงอาจไม่มีระบบปรับรีเฟรชเรทแบบไดนามิกขั้นสูง แต่โดยรวมยังถือว่าเป็นหน้าจอที่เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ดูวิดีโอ เล่นโซเชียล และถ่ายคอนเทนต์ได้ดี
กล้องหน้า 50MP และกล้องหลังพร้อมเลนส์ Telephoto 3x
ด้านกล้อง Huawei nova 16z ยังคงให้สเปกที่ค่อนข้างครบ โดยเฉพาะกล้องหน้าความละเอียดสูง 50MP ที่เหมาะกับสายเซลฟี่และการถ่ายวิดีโอคอนเทนต์
สเปกกล้องของ Huawei nova 16z มีดังนี้
- กล้องหน้า 50MP รูรับแสง f/2.4
- กล้องหลังหลัก 50MP รูรับแสง f/1.9
- กล้อง Telephoto 12MP ระยะ 3x หรือ 69 มม.
- เซ็นเซอร์ Telephoto แบบ RYYB
- เลนส์ Telephoto รองรับ OIS กันสั่นแบบออปติคัล
การมีเลนส์ Telephoto 3x ทำให้ Huawei nova 16z มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการถ่ายภาพบุคคล ภาพระยะไกล และภาพที่ต้องการมุมมองใกล้ขึ้นโดยไม่ต้องครอปจากกล้องหลักเพียงอย่างเดียว
ใช้ชิป Kirin 8020 พร้อมแบตเตอรี่ 6,000mAh
Huawei nova 16z ขับเคลื่อนด้วยชิป Kirin 8020 ซึ่งเป็นชิปเซตที่ถูกใช้งานในรุ่นก่อนหน้าเช่นกัน โดยตัวเครื่องมาพร้อม RAM 12GB และมีให้เลือก 2 ความจุ ได้แก่ 256GB และ 512GB
ด้านแบตเตอรี่ให้มาขนาดใหญ่ 6,000mAh รองรับชาร์จไวแบบมีสาย 100W SuperCharge แต่ไม่มีการระบุการรองรับชาร์จไร้สาย จุดนี้ถือว่าเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการมือถือแบตอึด ใช้งานได้ยาว และชาร์จกลับได้รวดเร็ว
การเชื่อมต่อครบ Wi-Fi 7, Bluetooth 6.0 และ NFC
Huawei nova 16z ยังให้ระบบเชื่อมต่อมาค่อนข้างครบสำหรับสมาร์ทโฟนยุคใหม่ โดยรองรับทั้ง Wi-Fi 7, Bluetooth 6.0, NFC และ StarFlash ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สายของ Huawei
รายละเอียดการเชื่อมต่อที่น่าสนใจ ได้แก่
- รองรับ Wi-Fi 7 แบบ Dual-band
- Bluetooth 6.0
- StarFlash
- NFC
- USB-C รองรับการถ่ายโอนข้อมูลแบบ USB 2.0
- ระบบระบุตำแหน่ง Tri-band BeiDou
- รองรับ GPS และ Galileo แบบ Dual-band
- สแกนนิ้วด้านข้างตัวเครื่อง
แม้พอร์ต USB-C จะยังเป็น USB 2.0 ซึ่งอาจไม่ได้เน้นการถ่ายโอนไฟล์ความเร็วสูง แต่ด้านการเชื่อมต่อไร้สายและระบบนำทางถือว่าให้มาครบ โดยเฉพาะการรองรับ BeiDou แบบ Tri-band
สีตัวเครื่องและตัวเลือกความจุ
Huawei nova 16z เปิดตัวในประเทศจีนพร้อมตัวเลือกสีทั้งหมด 3 สี ได้แก่
- Iridescent Mother of Pearl
- White Sky
- Starry Night Black
ส่วนตัวเลือกความจุมีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่
- RAM 12GB + 256GB
- RAM 12GB + 512GB
ราคา Huawei nova 16z ในจีน
Huawei nova 16z วางจำหน่ายผ่าน vmall ในประเทศจีน โดยมีราคาดังนี้
- รุ่น RAM 12GB + 256GB ราคา 2,700 หยวน หรือประมาณ 400 ดอลลาร์สหรัฐ
- รุ่น RAM 12GB + 512GB ราคา 3,200 หยวน หรือประมาณ 475 ดอลลาร์สหรัฐ
หากแปลงเป็นเงินบาทแบบคร่าว ๆ ราคาอาจอยู่ในช่วงประมาณหมื่นต้นถึงหมื่นกลาง ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ภาษี และราคาจำหน่ายในแต่ละประเทศ หากมีการนำเข้าหรือเปิดตัวนอกประเทศจีนในอนาคต
สรุป Huawei nova 16z เหมาะกับใคร
Huawei nova 16z เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นความครบเครื่องในด้านการใช้งานทั่วไป กล้องความละเอียดสูง แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ชาร์จไว และจุดเด่นใหม่อย่างการสื่อสารผ่านดาวเทียม BeiDou ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้ที่ต้องเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกล
แม้สเปกหลายส่วนจะใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้า แต่การเพิ่มระบบข้อความผ่านดาวเทียมเข้ามาทำให้ Huawei nova 16z มีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการมือถือที่ไม่ได้มีดีแค่กล้องและแบตเตอรี่ แต่ยังรองรับการสื่อสารในสถานการณ์ที่เครือข่ายมือถือปกติใช้งานไม่ได้
ที่มา gsmarena





















Leave a Reply