SiamByte

เว็บไซต์ข่าวมือถือ รีวิว เปรียบเทียบ ราคา และสเปคโทรศัพท์ อัปเดตมือถือใหม่ล่าสุด พร้อมข่าวเทคโนโลยี AI และ Gadget ครบในที่เดียว

Amazfit Balance 3 และ Balance Ultra เปิดตัว จอ OLED 3,000 นิต แบตสูงสุด 30 วัน พร้อมระบบ Hybrid Training

Amazfit Balance 3 และ Balance Ultra สมาร์ทวอทช์จอ OLED 3,000 นิต แบตสูงสุด 30 วัน พร้อมระบบ Hybrid Training

Amazfit เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ในตระกูล Balance พร้อมกัน 2 รุ่น ได้แก่ Amazfit Balance 3 และ Amazfit Balance Ultra โดยรอบนี้มีการอัปเกรดหลายจุด ทั้งหน้าจอที่สว่างขึ้น ปุ่มควบคุมที่เพิ่มเข้ามา แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น และระบบ Hybrid Training สำหรับช่วยวิเคราะห์การออกกำลังกาย การพักฟื้น รวมถึงความเครียดในชีวิตประจำวันได้รอบด้านกว่าเดิม

ทั้งสองรุ่นยังทำงานร่วมกับแอป Zepp เวอร์ชันใหม่ที่ถูกปรับปรุงให้เป็นศูนย์กลางในการจัดการข้อมูลสุขภาพ การออกกำลังกาย และการวางแผนฝึกซ้อม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ทวอทช์สายสุขภาพจริงจัง แต่ยังคงใช้งานในชีวิตประจำวันได้ครบถ้วน

Amazfit Balance 3 มาพร้อมจอ OLED 1.5 นิ้ว สว่างสูงสุด 3,000 นิต

Amazfit Balance 3 มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 1.5 นิ้ว ความละเอียด 480 x 480 พิกเซล ครอบทับด้วยกระจก Sapphire Glass เพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วน จุดเด่นสำคัญคือความสว่างหน้าจอสูงสุด 3,000 นิต ซึ่งสว่างขึ้นกว่าเดิมประมาณ 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้มองเห็นข้อมูลได้ชัดเจนขึ้นเมื่อใช้งานกลางแจ้ง

ดีไซน์ของรุ่นนี้ยังคงมีปุ่มหมุนแบบ Rotating Crown และปุ่มด้านขวาเหมือนเดิม แต่เพิ่มปุ่มควบคุมด้านซ้ายเข้ามาอีก 2 ปุ่ม รวมทั้งหมดเป็น 4 ปุ่ม เพื่อช่วยให้การใช้งานระหว่างออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งสะดวกมากขึ้น

สเปกเด่น Amazfit Balance 3

  • หน้าจอ OLED ขนาด 1.5 นิ้ว
  • ความละเอียด 480 x 480 พิกเซล
  • ความสว่างสูงสุด 3,000 นิต
  • กระจก Sapphire Glass
  • ตัวเรือนสแตนเลสสตีล
  • มีรุ่นไทเทเนียมตามมาในภายหลัง
  • แบตเตอรี่ 658mAh
  • ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 21 วัน
  • GPS แบบ Dual-band
  • ใช้งาน GPS Accuracy Mode ได้นานสูงสุด 41 ชั่วโมง
  • กันน้ำระดับ 10 ATM
  • รองรับการว่ายน้ำกลางแจ้ง ฟินสวิมมิง และฟรีไดฟ์ลึกสูงสุด 45 เมตร
  • มีปุ่มควบคุมทั้งหมด 4 ปุ่ม

แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 21 วัน พร้อม GPS ที่ประหยัดพลังงานขึ้น

Amazfit Balance 3 ใช้แบตเตอรี่ความจุ 658mAh ซึ่งเคลมว่าสามารถใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 21 วัน เท่ากับ Amazfit Balance 2 แต่มีการปรับปรุงระบบ GPS แบบ Dual-band ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในโหมด GPS Accuracy Mode รุ่นใหม่นี้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 41 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนที่ทำได้ 33 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ใช้งานสายวิ่ง ปั่นจักรยาน เดินป่า หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องการความแม่นยำของตำแหน่งเป็นพิเศษ

Amazfit Balance Ultra รุ่นท็อป ตัวเรือนไทเทเนียม แบตสูงสุด 30 วัน

Amazfit Balance Ultra เป็นรุ่นใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในตระกูล Balance เป็นครั้งแรก โดยชูจุดเด่นที่ตัวเรือนไทเทเนียม ขนาดตัวเรือน 51.8 มม. ความหนา 13.4 มม. และ 15.5 มม. เมื่อรวมเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ

จุดที่เหนือกว่า Balance 3 คือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่า โดยให้ความจุ 780mAh สามารถใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 30 วัน และใช้งาน GPS Accuracy Mode ได้นานสูงสุด 50 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ทวอทช์สายสปอร์ตแบบจริงจัง ใช้งานนาน และวัสดุพรีเมียมกว่า

สเปกเด่น Amazfit Balance Ultra

  • ตัวเรือนไทเทเนียม
  • หน้าจอ OLED ขนาด 1.5 นิ้ว
  • ความสว่างสูงสุด 3,000 นิต
  • แบตเตอรี่ 780mAh
  • ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 30 วัน
  • ใช้งาน GPS Accuracy Mode ได้นานสูงสุด 50 ชั่วโมง
  • มีปุ่มควบคุมทั้งหมด 5 ปุ่ม
  • มีปุ่มด้านซ้าย 3 ปุ่ม
  • หน่วยความจำ 64GB
  • รองรับแผนที่ออฟไลน์
  • รองรับการเก็บเพลงและไฟล์พอดแคสต์
  • ใช้เซนเซอร์ BioTracker 6.0 PPG Biometric Sensor
  • รองรับ GPS แบบ Dual-band
  • มีไมโครโฟนและลำโพงในตัว

จุดต่างระหว่าง Amazfit Balance 3 และ Balance Ultra

แม้ทั้งสองรุ่นจะมีพื้นฐานหลายอย่างใกล้เคียงกัน เช่น หน้าจอ OLED ความสว่างสูงสุด 3,000 นิต, GPS แบบ Dual-band, เซนเซอร์ BioTracker 6.0, หน่วยความจำ 64GB, ไมโครโฟนและลำโพงในตัว แต่รุ่น Ultra จะเน้นความพรีเมียมและความอึดของแบตเตอรี่มากกว่า

เปรียบเทียบความแตกต่างหลัก

  • Amazfit Balance 3 ใช้ตัวเรือนสแตนเลสสตีล ส่วนรุ่น Ultra ใช้ตัวเรือนไทเทเนียม
  • Balance 3 มีแบตเตอรี่ 658mAh ส่วน Balance Ultra มีแบตเตอรี่ 780mAh
  • Balance 3 ใช้งานทั่วไปสูงสุด 21 วัน ส่วน Balance Ultra ใช้งานทั่วไปสูงสุด 30 วัน
  • Balance 3 ใช้งาน GPS Accuracy Mode สูงสุด 41 ชั่วโมง ส่วน Balance Ultra ใช้งานได้สูงสุด 50 ชั่วโมง
  • Balance 3 มีปุ่ม 4 ปุ่ม ส่วน Balance Ultra มีปุ่ม 5 ปุ่ม
  • Balance Ultra แถมสายมาให้ 2 แบบ ได้แก่ สายหนังสังเคราะห์และสายซิลิโคน

ระบบ Hybrid Training วิเคราะห์ทั้งพลังงานร่างกาย ความเครียด และภาระการฝึกซ้อม

Amazfit Balance Series รุ่นใหม่มาพร้อมระบบ Hybrid Training ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลผู้ใช้ทั้งด้านการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยระบบนี้ประกอบด้วยการวิเคราะห์ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ BioCharge, LifeLoad และ Training Load

จุดเด่นของ HybridCharge

  • BioCharge ใช้วิเคราะห์ระดับพลังงานและการฟื้นตัวของร่างกาย
  • LifeLoad ช่วยติดตามภาระจากไลฟ์สไตล์และระดับความเครียด
  • Training Load วัดภาระและความหนักจากการออกกำลังกาย
  • ช่วยให้ผู้ใช้วางแผนฝึกซ้อมและพักฟื้นได้สมดุลขึ้น
  • เหมาะกับทั้งสาย Strength Training และ Endurance Training

Amazfit ยังเป็นพาร์ตเนอร์อย่างเป็นทางการของ HYROX การแข่งขันฟิตเนสในร่ม โดยมีฟีเจอร์สำหรับการเตรียมตัวแข่งขัน เช่น แผนฝึกซ้อมแบบมีโครงสร้าง การจำลองการแข่งขัน ระบบ Virtual Pace และการออกกำลังกายเฉพาะทางสำหรับสายแข่ง HYROX

ราคา Amazfit Balance 3 และ Balance Ultra

Amazfit Balance 3 รุ่นตัวเรือนสแตนเลสสตีล วางจำหน่ายแล้วในราคา 370 ปอนด์ หรือประมาณ 17,000 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก Amazfit Balance 2 ที่เปิดตัวในราคา 300 ปอนด์

ส่วน Amazfit Balance 3 รุ่นไทเทเนียมจะตามมาในภายหลัง โดยมีราคาที่ 450 ปอนด์ หรือประมาณ 20,700 บาท ขณะที่ Amazfit Balance Ultra รุ่นตัวเรือนไทเทเนียมวางจำหน่ายแล้วในราคา 600 ปอนด์ หรือประมาณ 27,600 บาท และมาพร้อมสาย 2 แบบในกล่อง ได้แก่ สายหนังสังเคราะห์และสายซิลิโคน

ราคาต่างประเทศ

  • Amazfit Balance 3 รุ่นสแตนเลสสตีล ราคา 370 ปอนด์
  • Amazfit Balance 3 รุ่นไทเทเนียม ราคา 450 ปอนด์
  • Amazfit Balance Ultra ราคา 600 ปอนด์

สรุป Amazfit Balance 3 และ Balance Ultra เหมาะกับใคร

Amazfit Balance 3 เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ทวอทช์สายสุขภาพและออกกำลังกายแบบครบเครื่อง หน้าจอสว่าง แบตอึด ใช้งาน GPS ได้นาน และกันน้ำได้ดี ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ารุ่น Ultra

ส่วน Amazfit Balance Ultra จะเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการวัสดุพรีเมียม ตัวเรือนไทเทเนียม แบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่า และต้องการรุ่นท็อปสุดของตระกูล Balance โดยเฉพาะสายออกกำลังกายจริงจังหรือผู้ที่ต้องการนาฬิกาเรือนเดียวสำหรับทั้งการฝึกซ้อม การทำงาน และการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน

ที่มา gsmarena

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *