watchOS 26 มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ด้านสุขภาพที่น่าสนใจอย่างการแจ้งเตือนภาวะความดันโลหิตสูง หรือ Hypertension Notifications ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะ Apple Watch รุ่นใหม่อย่าง Apple Watch Ultra 3 และ Apple Watch Series 11 เท่านั้น แต่ยังรองรับ Apple Watch รุ่นก่อนหน้าบางรุ่นด้วย โดยฟีเจอร์นี้จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจากเซนเซอร์หัวใจบน Apple Watch เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อพบรูปแบบที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะความดันโลหิตสูง
สำหรับรุ่น Apple Watch ที่รองรับฟีเจอร์แจ้งเตือนความดันโลหิตสูงใน watchOS 26 ได้แก่ Apple Watch Series 11, Apple Watch Series 10, Apple Watch Series 9, Apple Watch Ultra 3 และ Apple Watch Ultra 2 นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังจำเป็นต้องมี iPhone 11 หรือรุ่นใหม่กว่า ที่อัปเดตเป็น iOS 26 เพื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม Apple ได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการใช้งานฟีเจอร์นี้ โดยผู้ใช้ต้องเปิดใช้งาน Wrist Detection บน Apple Watch ก่อน รวมถึงต้องมีอายุ 22 ปีขึ้นไป ไม่ได้ตั้งครรภ์ และไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงมาก่อน ซึ่งในขั้นตอนการตั้งค่า ระบบจะให้ผู้ใช้ยืนยันข้อมูลเหล่านี้ก่อนเริ่มเปิดใช้งาน
วิธีเปิดใช้งานฟีเจอร์ Hypertension Notifications บน Apple Watch ทำได้ผ่านแอป Health บน iPhone
- โดยเริ่มจากเปิดแอป Health
- จากนั้นแตะไอคอนโปรไฟล์ที่มุมบนของหน้าจอ แล้วเลือกเมนู Health Checklist
- ภายใต้หัวข้อ Features จากนั้นแตะ Hypertension Notifications
- ระบบจะให้ยืนยันอายุ และถามว่าผู้ใช้เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่
- เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้วให้แตะ Continue และทำตามคำแนะนำบนหน้าจอจนจบ
- จากนั้นแตะ Done เพื่อเสร็จสิ้นการตั้งค่า
หลังจากเปิดใช้งานแล้ว ผู้ใช้จะยังไม่ได้รับการแจ้งเตือนทันที เนื่องจาก Apple Watch ต้องใช้เวลาประมาณ 30 วันในการเก็บข้อมูลเบื้องต้นผ่านเซนเซอร์หัวใจแบบออปติคัล เพื่อวิเคราะห์รูปแบบข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้ในช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนประเมินว่ามีแนวโน้มเข้าข่ายภาวะความดันโลหิตสูงหรือไม่
Apple ระบุว่า Apple Watch จะวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมจากเซนเซอร์หัวใจ และแจ้งเตือนหากตรวจพบรูปแบบที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะความดันโลหิตสูง โดยการประเมินจะเกิดขึ้นเป็นรอบ ๆ รอบละ 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้ใช้ตั้งค่าฟีเจอร์ Hypertension Notifications
ฟีเจอร์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Apple Watch ในด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ช่วยให้ผู้ใช้สังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ง่ายขึ้นผ่านอุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่เป็นประจำทุกวัน อย่างไรก็ตาม การแจ้งเตือนจาก Apple Watch ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากได้รับการแจ้งเตือนหรือมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม
ที่มา 9to5mac.com


















Leave a Reply